
เคมีแมนปั้นกำไรพันล้าน รุกอินเดีย-อินโดนีเซีย ดึง AI-EV คุมต้นทุน ดัน EBITDA 1,400 ล้าน
เคมีแมนบุกอินเดีย-อินโดนีเซีย จ่อสร้างโรงงานปี 2570 ปั้น EBITDA แตะ 1,400 ล้านบาท ลุย AI-EV ลดต้นทุน พร้อมตั้งเป้ากำไรทะลุ 1,000 ล้าน/ปี ภายใน 5 ปี
KEY
POINTS
- เคมีแมนวางแผนรุกตลาดต่างประเทศ โดยเตรียมลงทุนในอินเดียและอินโดนีเซีย เพื่อขยายธุรกิจและมุ่งสู่การเป็นผู้ผลิตปูนไลม์ 1 ใน 5 ของโลก
- ตั้งเป้าหมายกำไรสุทธิมากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปีภายใน 5 ปี และคาดการณ์ EBITDA ในปี 2571 จะสูงกว่า 1,400 ล้านบาท
- นำเทคโนโลยี AI และเปลี่ยนมาใช้รถบรรทุกไฟฟ้า (EV) เพื่อช่วยบริหารจัดการและควบคุมต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว
ม.ล.จันทรจุฑา จันทรทัต ประธานกรรมการ บริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแผนงานหลักในระยะ 1-3 ปีข้างหน้า ว่า เตรียมรุกตลาดต่างประเทศ ประกอบด้วย
- การลงทุนในประเทศอินเดีย: คาดว่าจะมีความคืบหน้าและข่าวดีชัดเจนภายใน 6-12 เดือนข้างหน้า
- การลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย: คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงงานภายในไตรมาส 2/2570 เพื่อขยายตลาดสู่อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูง
- การพัฒนาบุคลากร: มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่เพื่อรองรับการขยายตัวระดับนานาชาติ
ปักเป้ากำไรมากกว่า 1,000 ล้านใน 5 ปี
ทั้งนี้ บริษัทฯกำลังอยู่ในช่วงจังหวะของการเติบโต โดยการเข้าซื้อกิจการ Lime Master ที่เสร็จสิ้นในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทย ประกอบกับแผนการลงทุนอื่นๆ จึงเป็นโอกาสของบริษัทฯในการเร่งสร้างความแข็งแกร่งในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เพื่อมุ่งสู่การเป็น 1 ใน 5 ผู้ผลิตปูนไลม์ชั้นนำของโลกในระยะยาวโดยตั้งเป้าหมาย EBITDA ในปี 2571 มากกว่า 1,400 ล้านบาท และกำไรสุทธิมากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี ภายใน 5 ปีข้างหน้า
“บริษัทฯมุ่งที่จะขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง นำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการรักษาฐานะทางการเงินให้มีความมั่นคง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สม่ำเสมอและยั่งยืน”
ม.ล.จันทรจุฑา กล่าวต่อไปอีกว่า ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้ผลิตปูนไลม์ ซึ่งเป็นเคมีพื้นฐานสำคัญที่ใช้ในชีวิตประจำวันและหลากหลายอุตสาหกรรม เป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และเป็นอันดับ 10 ของโลก ด้วยจุดแข็งของการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร ได้รับประทานบัตรเหมืองหินปูนทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม ซึ่งมีปริมาณสำรองวัตถุดิบมากกว่า 150 ล้านตัน มีกำลังการผลิตรวมกว่า 1.4 ล้านตัน รองรับกลุ่มลูกค้ากว่า 300 ราย ใน 30 กว่าประเทศ ทั่วโลก
ดึงพลังงานสะอาดยกระดับการทำงาน
สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมา บริษัทฯมุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยเทคโนโลยีสะอาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และการปรับเปลี่ยนมาใช้รถบรรทุกไฟฟ้า หรืออีวี (EV) ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีรถอีวี รวม 82 คัน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 90% ของความต้องการใช้รถทั้งหมด
รวมถึงการลงทุนในเทคโนโลยี AI ตามแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีและลดต้นทุนในระยะยาว ซึ่งผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 สามารถทำกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างน่าพึงพอใจ แม้ว่ารายได้จะมีการปรับตัวลงตามสภาวะตลาด แต่ยังคงมีความมั่นใจว่าผลประกอบการปีนี้จะสามารถ ทำสถิติใหม่ เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยมีเป้าหมายรักษาอัตรากำไรขั้นต้น ให้อยู่ในระดับสูงกว่า 30%





