
เฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยกดทอง แนะรอซื้อฐาน 67,000 บาท
โบรกมองทองคำระยะสั้นถูกดอลลาร์-บอนด์ยีลด์กดดัน จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ แนะรอซื้อเมื่อสร้างฐาน 67,000-67,800 บาท ลุ้นขายทำกำไรใกล้ 70,000 บาท
KEY
POINTS
- เฟดส่งสัญญาณอาจขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ เนื่องจากจะทำให้ค่าเงินดอลลาร์และผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น
- ทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดยังไม่แน่นอน โดยต้องจับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ
- นักวิเคราะห์แนะกลยุทธ์ให้รอซื้อเมื่อราคาทองคำสร้างฐานที่มั่นคง โดยมีแนวรับสำคัญที่ระดับราคาประมาณ 67,000 บาท
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD ประเมินว่า ราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันจากทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ส่งสัญญาณในการประชุม Jackson Hole ว่าเฟดยังคงมี “งานต้องทำ” หากเงินเฟ้อพื้นฐานยังไม่ปรับตัวกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างชัดเจน
เดือนก.ย. มีลุ้นเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ส่งผลให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนเป็นประมาณ 60% จาก 35% ก่อนการกล่าวสุนทรพจน์ พร้อมหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) และดอลลาร์ให้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะสั้น
ทั้งนี้ ทิศทางดอกเบี้ยของเฟดยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากข้อมูลล่าสุดสะท้อนความเปราะบางของตลาดแรงงานสหรัฐฯ โดยการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกรกฎาคมลดลง 23,000 ตำแหน่ง ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ถูกปรับลดลงรวมกว่า 103,000 ตำแหน่ง สะท้อนว่าภาคการจ้างงานอาจอ่อนแอกว่าที่ตลาดประเมินไว้
“โจทย์ของเฟดในขณะนี้จึงอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงกับตลาดแรงงานที่เริ่มเปราะบาง แม้ตลาดจะเพิ่มน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ย แต่ทิศทางนโยบายยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลแรงงานที่จะประกาศในสัปดาห์นี้”
ปัจจัยที่ยังต้องจับตา
ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตาคือการประกาศตัวเลข Nonfarm Payrolls เดือนสิงหาคม ในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยตลาดคาดว่าการจ้างงานจะเพิ่มขึ้นประมาณ 58,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.1%
หากการจ้างงานออกมาดีกว่าคาดและค่าจ้างยังเร่งตัว จะเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ย หนุน Bond Yield และดอลลาร์ให้แข็งค่า ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อทองคำ แต่หากการจ้างงานต่ำกว่าคาดหรือกลับมาติดลบ ตลาดอาจลดน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ย เปิดโอกาสให้ Bond Yield และดอลลาร์อ่อนตัว และหนุนราคาทองคำฟื้นตัว
แนะรอซื้อเมื่อราคาทองสร้างฐาน
ด้านกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำรอซื้อเมื่อราคาสร้างฐาน มากกว่าการรีบเข้าซื้อหลังราคาปรับตัวลงแรง โดยจับตาแนวรับสำคัญบริเวณ 4,300/4,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 67,800-67,000 บาท หากราคาเริ่มสร้างฐานได้และมีแรงซื้อกลับบริเวณดังกล่าว จึงมองเป็นจังหวะเข้าซื้อ
โดยมีเป้าหมายขายทำกำไรที่ 4,425-4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 69,700-70,000 บาท ขณะที่หากราคาฟื้นตัวขึ้นทะลุและสามารถยืนเหนือ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 70,500 บาท จะเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนว่าแรงกดดันระยะสั้นเริ่มคลี่คลาย และเปิดโอกาสให้ราคากลับเข้าสู่ทิศทางฟื้นตัวได้ชัดเจนขึ้น





