
บอนด์ยิลด์ร่วง-ดอลลาร์อ่อนค่า หนุนทองคำพุ่ง ลุ้นทองไทยแตะ 70,200 บาท
ทองคำกลับมาได้แรงหนุน หลังพุ่งทะลุ 4,500 ดอลลาร์ รับ Bond Yield สหรัฐฯ ร่วงและดอลลาร์อ่อนค่า จากการเพิ่มวงเงิน Treasury Buyback ของสหรัฐฯ คลายแรงกดดันในตลาดพันธบัตร
KEY
POINTS
- ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) และการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ
- มีการคาดการณ์ว่าราคาทองคำไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ระดับ 69,800–70,200 บาท หากสามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญได้
- ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาคือความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน และทิศทางของตลาดพันธบัตรในระยะยาวที่อาจกลับมากดดันราคาทองคำได้
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดมุมมองต่อแนวโน้มราคาทองคำว่า ราคาทองคำกลับมาได้แรงหนุนอย่างชัดเจน หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) สหรัฐฯ ระยะยาวปรับตัวลงแรง ภายหลังกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล หรือ Treasury Buyback สำหรับพันธบัตรอายุ 10–30 ปี จาก 2 พันล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ต่อครั้ง เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาดพันธบัตรระยะยาว
แรงกดดันจากตลาดพันธบัตรเริ่มผ่อนคลาย
หลังการประกาศดังกล่าว Bond Yield อายุ 30 ปีลดลงเกือบ 10 bps สู่ระดับ 5.18% หลังขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน กลายเป็นแรงหนุนสำคัญให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นมากกว่า 3% และทะลุระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนว่าแรงกดดันจากตลาดพันธบัตรที่เคยเป็นปัจจัยลบต่อทองคำเริ่มผ่อนคลายลง
อย่างไรก็ตาม Treasury Buyback ไม่ได้หมายความว่า Bond Yield จะปรับตัวลงต่อเนื่อง เนื่องจากทิศทางระยะยาวยังขึ้นอยู่กับเงินเฟ้อ นโยบายดอกเบี้ยของเฟด และความกังวลต่อภาระหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ หาก Bond Yield กลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ก็ยังมีโอกาสสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำได้ ทำให้ทิศทางตลาดพันธบัตรยังเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตาม
ด้านสถานการณ์สหรัฐฯ–อิหร่านยังเป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา หลังกรอบ MOU 60 วันสิ้นสุดลงโดยไม่มีการขยายเวลา ขณะที่ความไม่แน่นอนบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังสร้างความกังวลต่ออุปทานพลังงาน หากสถานการณ์กลับมาตึงเครียดและผลักดันราคาน้ำมันสูงขึ้น อาจหนุนแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ขณะเดียวกันก็อาจเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อและผลักดัน Bond Yield ให้สูงขึ้น จึงเป็นปัจจัยที่อาจเพิ่มความผันผวนให้กับราคาทองคำ
จับตาแนวรับสำคัญ 4,425 ดอลลาร์ ยืนได้มีลุ้นไปต่อ
สำหรับกลยุทธ์ลงทุนนั้น มองว่าโครงสร้างราคาทองคำกลับมาเป็นบวกมากขึ้น หลังทะลุแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขึ้นทดสอบระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยระยะสั้นจับตาแนวรับบริเวณ 4,425-4,405 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองไทยประมาณ 68,500–68,300 บาท ซึ่งเป็นโซน Breakout เดิม
หากราคาย่อตัวแต่ยังยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้ มีโอกาสฟื้นขึ้นทดสอบ 4,500-4,520 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นทองไทยประมาณ 69,800–70,200 บาท อีกครั้ง อย่างไรก็ตามหลังราคาปรับตัวขึ้นแรงในช่วงสั้นควรระมัดระวังแรงขายทำกำไร และรอจังหวะย่อตัวเข้าสู่แนวรับก่อนเข้าซื้อแทนการเข้าซื้อบริเวณราคาสูง







