thansettakij
thansettakij
ทองทะลุ 4,400 ดอลลาร์ จับตาเฟด-ฮอร์มุซ กูรูเตือนหลุด 67,000 พักฐานลึก

ทองคำทะลุ 4,400 ดอลลาร์ จับตาเฟด-ฮอร์มุซ กูรูเตือนหลุด 67,000 พักฐานลึก

14 ส.ค. 69 | 06:16 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ส.ค. 69 | 06:16 น.

GCAP GOLD มองทองคำยังเป็นขาขึ้น รับเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอ-ความเสี่ยงฮอร์มุซ แนะรอซื้อย่อโซน 67,500–67,900 บาท ลุ้นเป้า 70,200 บาท

KEY

POINTS

  • ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเหนือ 4,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากปัจจัยเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลง ซึ่งลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ย
  • สถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองคำ เนื่องจากสร้างความเสี่ยงด้านพลังงานและเงินเฟ้อ
  • นักวิเคราะห์เตือนให้ระมัดระวัง หากราคาทองคำไทยปรับตัวลงหลุดแนวรับ 67,000 บาท อาจเป็นสัญญาณการเข้าสู่ช่วงพักฐานลึก และควรชะลอการเข้าซื้อ

บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) มองทองคำยังได้แรงหนุน หลัง CPI สหรัฐฯ ชะลอตัวตามคาด กดโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนเหลือราว 40% ขณะที่สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่คลี่คลาย ความเสี่ยงด้านพลังงานและเงินเฟ้อยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อตลาด ฝ่ายวิเคราะห์แนะ “รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว” หลีกเลี่ยงการเข้าซื้อใกล้แนวต้าน

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า CPI สหรัฐฯ เดือนกรกฎาคมออกมาตามตลาดประเมิน โดย Headline CPI ลดลงจาก 3.5% สู่ 3.4% ขณะที่ Core CPI ลดลงจาก 2.6% สู่ 2.5% สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่เริ่มผ่อนคลาย

แม้ยังสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งผลให้ตลาดลดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนเหลือราว 40% และเพิ่มน้ำหนักต่อการคงดอกเบี้ยมากขึ้น ถือเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำในแง่ของการลดความเสี่ยงจากนโยบายการเงินที่เข้มงวด โดยราคาทองคำตอบรับด้วยการปรับขึ้นเหนือ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และทดสอบระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือน

ทั้งนี้ ทิศทางดอกเบี้ยของเฟดยังไม่สามารถสรุปได้จาก CPI เพียงตัวเดียว เนื่องจากเงินเฟ้อยังอยู่เหนือเป้าหมาย และราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาอาจเริ่มส่งผ่านเข้าสู่ข้อมูลเงินเฟ้อเดือนสิงหาคม

ขณะที่ตลาดยังต้องติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชุดถัดไป เพื่อประเมินว่าแรงกดดันด้านราคาจะชะลอตัวต่อเนื่องหรือไม่ ดังนั้น แม้โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเดือนกันยายนจะลดลง แต่ตลาดยังไม่ปิดโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี หากเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง

ความเสี่ยงพลังงาน-เงินเฟ้อยังไม่หมด

นอกจากปัจจัยด้านนโยบายการเงินแล้ว สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตาม เนื่องจากการเดินเรือยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างเต็มรูปแบบ ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent ยังเคลื่อนไหวใกล้ 89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI เหนือ 83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ทำให้ความเสี่ยงด้านพลังงานและเงินเฟ้อยังไม่หมดไป หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยอาจหนุนทองคำ แต่หากราคาน้ำมันพุ่งจนเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ ตลาดอาจกลับมากังวลการใช้นโยบายการเงินเข้มงวดของเฟด ซึ่งจะหนุนดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ และกลับมากดดันทองคำ

หลุด 67,000 บาท ชะลอซื้อ

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าราคาทองคำยังอยู่ในโครงสร้างขาขึ้นระยะสั้น หลังสามารถทะลุ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และกลับมายืนเหนือ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อย่างไรก็ตาม ราคาปรับตัวขึ้นค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมา ทำให้บริเวณ 4,450-4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังเป็นโซนที่ต้องระวังแรงขายทำกำไร หากราคาไม่สามารถผ่านบริเวณดังกล่าวได้ อาจเริ่มเห็นการพักตัวในระยะสั้น

ดังนั้น แนะนำกลยุทธ์การลงทุนโดยมุมมองระยะสั้นยังให้น้ำหนักฝั่งขาขึ้น  “รอซื้อเมื่อราคาย่อตัว” โดยประเมินแนวรับระยะสั้นที่ 4,350-4,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองไทยประมาณ 67,900–67,500 บาท และมองเป้าหมายทำกำไรบริเวณ 4,450-4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองไทยประมาณ 69,500–70,200 บาท

แต่หากราคาหลุด 4,300ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราคาทองไทย 67,000 บาท ควรชะลอการเข้าซื้อ เนื่องจากจะเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาจะเข้าสู่ช่วงพักฐานลึกขึ้น