thansettakij
thansettakij
Easy Money เผยยอดจำนำใหม่ครึ่งปี 69 แตะ 2.39 หมื่นล้านบาท โต 32.8%

Easy Money เผยยอดจำนำใหม่ครึ่งปี 69 แตะ 2.39 หมื่นล้านบาท โต 32.8%

17 ส.ค. 69 | 08:23 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ส.ค. 69 | 08:23 น.

Easy Money ชี้เศรษฐกิจไทยครึ่งแรกปี 69 ฟื้นไม่ทั่วถึง ครัวเรือน-ธุรกิจเล็กเร่งบริหารสภาพคล่อง เผยยอดจำนำใหม่ 2.39 หมื่นล้านบาท โต 32.8% หนุน Asset-Backed Financing เสริมสภาพคล่อง

KEY

POINTS

  • อีซี่มันนี่เผยยอดรับจำนำใหม่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีมูลค่า 2.39 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 32.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • การเติบโตสะท้อนความต้องการสภาพคล่องของภาคครัวเรือนและธุรกิจรายย่อย ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึงและรายได้ยังไม่แน่นอน
  • อัตราทรัพย์หลุดจำนำอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.75% ชี้ให้เห็นว่าลูกค้าต้องการใช้สินทรัพย์เพื่อเสริมสภาพคล่องระยะสั้น ไม่ได้ต้องการขายขาด
  • ทองคำรูปพรรณเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมในการนำมาจำนำมากที่สุด เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินทุนหมุนเวียน

Easy Money ประเมินเศรษฐกิจไทยครึ่งแรกปี 2569 ฟื้นตัวแบบไม่ทั่วถึง แม้ส่งออก-ลงทุนและมาตรการรัฐช่วยพยุงกำลังซื้อ แต่ครัวเรือนและธุรกิจรายเล็กยังเผชิญหนี้สูงและรายได้ไม่แน่นอน ชี้ครึ่งปีหลัง “สภาพคล่อง” จะเป็นโจทย์สำคัญ ดัน Asset-Backed Financing เปลี่ยนสินทรัพย์ในมือเป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยครึ่งปีแรกมียอดจำนำใหม่ 2.39 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 32.8%

เศรษฐกิจฟื้น แต่แรงส่งยังไม่กระจายถึงฐานราก

 

เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 แม้ได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการส่งออก การลงทุน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แต่การฟื้นตัวยังไม่กระจายตัวอย่างทั่วถึง โดยกลุ่มครัวเรือนฐานรากและผู้ประกอบการรายย่อยยังเผชิญแรงกดดันจากภาระหนี้ในระดับสูง รายได้ที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก สอดคล้องกับมุมมองของสำนักวิจัยเศรษฐกิจที่ประเมินว่าไทยกำลังอยู่ในภาวะ “ฟื้นตัวแบบไม่ทั่วถึง” (Uneven Recovery)

นายสุธี พนาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อีซี่มันนี่ กรุ๊ป กล่าวว่า โจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังไม่ได้อยู่เพียงการผลักดันอัตราการเติบโต แต่คือการบริหาร “สภาพคล่อง” (Liquidity Management) ของภาคครัวเรือนและผู้ประกอบการ เนื่องจากรายได้ของประชาชนและธุรกิจจำนวนมากยังมีความไม่แน่นอน การมีเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เป็นสภาพคล่อง จึงมีบทบาทต่อการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ทั้งด้านการใช้จ่าย การดำเนินชีวิต และเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจ

นายสุธี พนาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อีซี่มันนี่ กรุ๊ป

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างแรงงานไทย โดยมีผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่มีลูกจ้างสูงถึง 13.8 ล้านคน หรือประมาณ 1 ใน 3 ของผู้มีงานทำทั้งหมด กลุ่มดังกล่าวครอบคลุมทั้งผู้ประกอบอาชีพอิสระ การค้าขายออนไลน์ และธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งแม้จะมีรายได้ แต่รายได้อาจไม่สม่ำเสมอเหมือนพนักงานประจำ ทำให้การบริหารกระแสเงินสดและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนมีความสำคัญมากขึ้น

ยอดจำนำโต 32.8% สะท้อนดีมานด์สภาพคล่อง

สำหรับข้อมูลการดำเนินงานของ Easy Money ในช่วงครึ่งแรกปี 2569 พบว่า ยอดสินเชื่อที่มีหลักประกัน หรือ Asset-Backed Financing จากการจำนำใหม่อยู่ที่ประมาณ 2.39 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ขณะที่หากพิจารณาเป็นรายเดือน พบว่าเดือนมกราคมมียอดจำนำใหม่เติบโตสูงถึง 163% 

สินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมในการนำมาใช้เป็นหลักประกัน 5 อันดับแรก ได้แก่ ทองคำรูปพรรณ 96.5% ตามด้วยเพชร พลอย และอัญมณี ทองคำแท่ง 99.99% พระเลี่ยม พระทองคำ และวัตถุมงคล รวมถึงทองเจือ นาก และเงิน สะท้อนว่าประชาชนและผู้ประกอบการยังมีความต้องการนำสินทรัพย์ที่ถือครองอยู่มาเปลี่ยนเป็นสภาพคล่อง เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายและเงินทุนหมุนเวียนในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง

ทรัพย์หลุดต่ำ 0.75% สะท้อนลูกค้าต้องการสภาพคล่อง 

ขณะเดียวกัน อัตราทรัพย์หลุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ในระดับเพียง 0.75% โดยมูลค่าทรัพย์หลุดลดลง 34% และจำนวนทรัพย์หลุดลดลง 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ไม่ได้ต้องการขายขาดสินทรัพย์ แต่เลือกใช้สินทรัพย์เป็นเครื่องมือสร้างสภาพคล่องระยะสั้น และเมื่อสถานการณ์ทางการเงินดีขึ้นก็สามารถไถ่ถอนสินทรัพย์กลับคืนได้

แนวโน้มดังกล่าวจึงสะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของ Asset-Backed Financing จากเดิมที่ถูกมองเป็นเพียงแหล่งเงินฉุกเฉิน ไปสู่เครื่องมือสำหรับบริหารกระแสเงินสดเชิงรุกของทั้งครัวเรือนและผู้ประกอบการมากขึ้น

ครึ่งปีหลังจับตาหนี้ครัวเรือน-เศรษฐกิจโลก-รายได้ฟื้นไม่ทั่วถึง

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 Easy Money มองว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายภายในประเทศ รวมถึงโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่เข้ามาช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและกระตุ้นกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนด้านการค้า ภาระหนี้ครัวเรือน และการฟื้นตัวของรายได้ที่ยังไม่กระจายตัว ทำให้ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพคล่องและบริหารเงินทุนหมุนเวียนมากกว่าการเร่งขยายการลงทุนในระยะสั้น

นายสุธี กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐมีส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ แต่จากข้อมูลการใช้บริการของ Easy Money พบว่า สิ่งที่ประชาชนและผู้ประกอบการให้ความสำคัญไม่แพ้กำลังซื้อ คือการมี “สภาพคล่อง” เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายและบริหารเงินทุนหมุนเวียนในช่วงที่รายได้ยังมีความไม่แน่นอน

นอกจากนี้ การเติบโตของกลุ่มลูกค้าคนเมืองหลังเปิดตัวแคมเปญ “ทางออก” ยังสะท้อนการเปลี่ยนมุมมองต่อสินทรัพย์ของผู้บริโภค จากเดิมที่มองเป็นทรัพย์สินเพื่อการครอบครอง มาเป็นสินทรัพย์ที่สามารถนำมาสร้างสภาพคล่องและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจได้ โดยยังคงรักษาความเป็นเจ้าของทรัพย์สินไว้

Asset-Backed Financing ทางเลือกบริหารเงินยุคเศรษฐกิจผันผวน

นายสุธีมองว่า โจทย์ของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันจึงไม่ได้อยู่ที่การผลักดันตัวเลขการเติบโตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างความสามารถในการบริหารสภาพคล่องให้กับครัวเรือนและผู้ประกอบการด้วย โดย Asset-Backed Financing สามารถเข้ามามีบทบาทในฐานะเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เป็นสภาพคล่องที่เข้าถึงได้ง่าย โปร่งใส และมีความยืดหยุ่น

ทั้งนี้ เมื่อเศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอน การมีทางเลือกในการบริหารสินทรัพย์และกระแสเงินสดจึงอาจช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถรองรับความผันผวนด้านรายได้ ค่าใช้จ่าย และเงินทุนหมุนเวียนได้ดีขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเร่งขายสินทรัพย์หรือเพิ่มภาระทางการเงินในระยะยาว

ภาพของเศรษฐกิจครึ่งหลังปี 2569 จึงอาจไม่ได้วัดกันเพียงว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้มากน้อยเพียงใด แต่รวมถึงความสามารถของภาคครัวเรือนและธุรกิจในการ “ประคองสภาพคล่อง” และผ่านช่วงเวลาที่การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึงได้อย่างมั่นคง