
CGSI ชี้กำไร บจ.ไตรมาส 2/69 'ปิโตรเคมี' เด่นสุด ICT-ท่องเที่ยวเสี่ยงต่ำคาด
CGSI คาดกำไร บจ.ไตรมาส 2/69 กลุ่มปิโตรเคมีโดดเด่น ส่วน ICT-ท่องเที่ยวเสี่ยงต่ำกว่าคาด ชี้ไทยเผชิญ "ขาดดุลแฝด" จากราคาน้ำมันสูง คงเป้า SET สิ้นปี 1,630 จุด พร้อมเปิดรายชื่อ 14 หุ้น Top Pick
KEY
POINTS
- CGSI คาดการณ์ว่ากลุ่มปิโตรเคมีจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2/2569 จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น
- กลุ่มสื่อสาร (ICT) และท่องเที่ยวมีความเสี่ยงที่ผลประกอบการจะต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศที่ยังเปราะบางและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง
- แม้จะมีความเสี่ยงหลายด้าน เช่น ภาวะขาดดุลแฝดจากราคาน้ำมันสูงและคดีการเมือง CGSI ยังคงเป้าหมายดัชนี SET สิ้นปีไว้ที่ 1,630 จุด
CGSI ประเมินผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 2/2569 กลุ่มปิโตรเคมีจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโต ขณะที่กลุ่มสื่อสารและท่องเที่ยวมีความเสี่ยงสร้างความผิดหวังจากเศรษฐกิจในประเทศที่ยังเปราะบางและนักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัว พร้อมคงเป้าดัชนี SET สิ้นปีไว้ที่ 1,630 จุด แนะ 14 หุ้นเด่นรับครึ่งปีหลัง
ปิโตรเคมีหนุนกำไร บจ. ส่วน ICT-ท่องเที่ยวเสี่ยงผิดหวัง
ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ประเมินผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) งวดไตรมาส 2 ปี 2569 ว่า กลุ่มปิโตรเคมีจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตของกำไร จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread) ที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่หลายกลุ่มธุรกิจยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนและภาวะเศรษฐกิจ
CGSI ระบุว่า กลุ่มธุรกิจการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) มีแนวโน้มมีกำไรสุทธิลดลง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 7% จากไตรมาสก่อน ซึ่งอ่อนแอกว่ากลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่คาดว่ากำไรจะลดลงเพียง 1% เมื่อเทียบรายปี และ 3% เมื่อเทียบรายไตรมาส
ขณะเดียวกัน กลุ่มขนส่ง โดยเฉพาะธุรกิจสายการบิน มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
สำหรับกลุ่มสื่อสาร (ICT) และกลุ่มท่องเที่ยว CGSI มองว่า มีความเสี่ยงที่จะรายงานผลประกอบการต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ เนื่องจากประมาณการของ Bloomberg Consensus ที่คาดกำไรกลุ่ม ICT จะเติบโต 26% และกลุ่มท่องเที่ยวเติบโต 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน อาจสูงเกินความเป็นจริง ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาส 2/2569 ที่ลดลง 4% จากปีก่อน
ไทยเผชิญ "ขาดดุลแฝด" จากราคาน้ำมันสูง
CGSI ประเมินว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ประเทศไทยกำลังเผชิญภาวะ "ขาดดุลแฝด" (Twin Deficit)
สาเหตุสำคัญมาจากการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นถึง 31% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ส่งผลให้ดุลการค้าพลิกจากเกินดุล 15,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดียวกันของปีก่อน มาเป็นขาดดุล 12,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะเดียวกัน ดุลบัญชีเดินสะพัดก็พลิกจากเกินดุล 13,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาเป็นขาดดุล 13,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนแรงกดดันต่อเศรษฐกิจไทยจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงยังเพิ่มความเสี่ยงที่ภาครัฐอาจเข้ามาแทรกแซงราคาพลังงาน ซึ่งจะกระทบต่ออัตรากำไรของธุรกิจน้ำมันและก๊าซปลายน้ำ รวมถึงอาจผลักดันอัตราเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลังให้สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม CGSI เชื่อว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 26 สิงหาคมนี้ เนื่องจากมองว่าแรงกดดันเงินเฟ้อส่วนใหญ่เป็นผลจากปัจจัยด้านอุปทานและมีลักษณะชั่วคราว
คดีฮั้ว ส.ว. ยังเป็นแรงกดดันตลาดหุ้น
อีกหนึ่งปัจจัยที่ CGSI มองว่าจะกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน คือความคืบหน้าคดีฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คาดว่าจะสรุปสำนวนได้ภายในช่วงปลายเดือนสิงหาคม แม้มีโอกาสที่กรอบเวลาจะเลื่อนออกไป
ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า มี 3 ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ ได้แก่ การยกคำร้องทั้งหมด การส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 ราย หรือการส่งฟ้องเพียงบางส่วน โดยประเมินว่ากรณีหลังมีความเป็นไปได้มากที่สุด และอาจสร้างแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นของตลาดหุ้นไทย
นอกจากนี้ กระบวนการพิจารณาของศาลอาจใช้เวลานานกว่าคดีที่ผ่านมา ซึ่งเคยใช้เวลาประมาณ 8-10 เดือน ทำให้ประเด็นดังกล่าวอาจเป็นปัจจัยกดดันตลาดต่อเนื่องในระยะกลาง
คงเป้า SET สิ้นปี 1,630 จุด ชู 14 หุ้นเด่น
แม้ตลาดยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน แต่ CGSI ยังคงเป้าหมายดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) สิ้นปี 2569 ที่ 1,630 จุด โดยอิงค่า P/E ปี 2570 ที่ 16.5 เท่า หรือประมาณครึ่งส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี
CGSI ระบุว่า ปัจจุบัน SET ซื้อขายที่ P/E ล่วงหน้า 12 เดือนประมาณ 16.7 เท่า แต่หากไม่นับหุ้น DELTA ซึ่งมี P/E สูงถึง 83 เท่า ค่า P/E ของตลาดจะลดลงเหลือเพียงประมาณ 14 เท่า หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทำให้ระดับมูลค่าตลาดยังอยู่ในโซนที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน
สำหรับหุ้นเด่น (Top Picks) ที่แนะนำในช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบด้วย BH, PR9, THAI, ERW, CRC, CPN, AMATA, WHA, GULF, TRUE, TFG, KBANK, MTC และ TIDLOR
CGSI มองว่า ปัจจัยบวกสำคัญที่จะช่วยหนุนตลาดคือการคลี่คลายของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และการปรับลดลงของราคาน้ำมันโลก
ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ความคืบหน้าคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งอาจกดดันบรรยากาศการลงทุนและแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี







