
หุ้นไทยบวก 6 จุด รับแรงซื้อแบงก์-พลังงาน โบรกฯ เตือนลงทุนอย่างไม่ประมาท
หุ้นไทยรีบาวด์บวกกว่า 6 จุด รับแรงซื้อหุ้นแบงก์-พลังงาน แต่ บล.พายเตือนฟันด์โฟลว์เริ่มไหลออก แนะเพิ่มเงินสด พร้อมชู PR9 และ KKP เป็นหุ้นเด่นน่าจับตา
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 6 จุด โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงาน
- หุ้น 5 อันดับแรกที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุดส่วนใหญ่เป็นหุ้นในกลุ่มธนาคาร (KTB, KBANK, BBL) และพลังงาน (PTTEP, PTTGC)
- โบรกเกอร์แนะนำให้ลงทุนอย่างไม่ประมาทและเพิ่มสัดส่วนเงินสด เนื่องจากปัจจัยต่างประเทศยังมีความไม่แน่นอนและเริ่มเห็นสัญญาณเงินทุนไหลออก
วันที่ 23 ก.ค. 69 ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขาย ณ เวลา 10:57 น. ที่ระดับ 1,645.37 จุด เพิ่มขึ้น 6.03 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.37% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในระหว่างนี้ดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,648.55 - 1,638.81 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 28,041.27 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- KTB ราคา 42.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 2.44% มูลค่าซื้อขาย 2,391.88 ล้านบาท
- PTTEP ราคา 151.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 2.02% มูลค่าซื้อขาย 1,406.35 ล้านบาท
- KBANK ราคา 235.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 1.29% มูลค่าซื้อขาย 1,382.78 ล้านบาท
- BBL ราคา 188.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 0.80% มูลค่าซื้อขาย 1,373.66 ล้านบาท
- PTTGC ราคา 40.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.62% มูลค่าซื้อขาย 1,143.67 ล้านบาท
น้ำมันดิบฟื้นแรง กดดันบอนด์ยีลด์
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกและไทยวันนี้ (23 ก.ค. 69) ว่า DJIA เมื่อคืนปิดทรงตัว (-0.01%) ขณะที่ Nasdaq ปรับ -0.6% ท่ามกลางความผันผวนซื้อขายหุ้นกลุ่ม TECH
ด้านราคาน้ำมัน BRT ปิดบวก 3.4% ท่ามกลางสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ตึงเครียดและทำให้เกิดภาวะชะงักงัน ทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ ได้ยกระดับโจมตีตอบโต้กัน โดยหุ้นที่บวกได้แก่ NVDA +2.3%
หนุนน้ำมันดิบฟื้นตัวแรงและกดดัน US Bond Yield
สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่แน่นอนสูงหนุนน้ำมันดิบฟื้นตัวแรงและกดดัน US Bond Yield ปรับขึ้นแรงเช่นกัน 2 ปี ปรับขึ้น NewHigh ตั้งแต่ ก.พ. 2568 ขณะที่ 10 ปีก็ปรับขึ้นบ่งชี้ ความกังวลเงินเฟ้อ CME มองโอกาสขึ้นดอกเบี้ยจากนี้ 2 ครั้ง
ขณะที่หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการ Alphabet รายงานกำไร พบว่ารายได้รวม +24% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน กำไรดำเนินงาน +30% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน ขณะที่ Cloud +82% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน จากช่วงไตรมาส 2/2568 +32% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน
โดย CAPEX ก็เร่งแรงเช่นกัน +100% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน จนกระทั่ง FCF -5.8 พันล้านดอลลาร์ พบว่า ราคาหุ้น PRE OPEN -2.7% อาจเป็นเพราะงบลงทุนที่สูงและมีแนวโน้มจะสูงต่อ นักลงทุนอาจกังวลกับผลตอบแทนผสานกับสถานการณ์โลกที่ยังไม่นิ่ง
เริ่มเห็นการย่อตัวของหุ้นไทย
ภายหลังจากที่กำไรกลุ่มธนาคารทยอยออกมาภาพรวมดีเป็นรายตัวมากกว่าจะดีทั้งกลุ่มหลังจากนี้รอดู DomesticPlay หากไม่ได้ดีอย่างมีนัยยะอาจเป็นแรงกดดันกับตลาดหุ้นไทย ฝั่งนักลงทุนต่างชาติเริ่มมีการขายสุทธิต่อเนื่อง 2 วันติดต่อ
SET Index อยู่กรอบ 1,620 – 1,650 จุด
วันนี้ประเมิน SET Index อยู่กรอบ 1,620 – 1,650 จุด สถานการณ์ยังดูไม่เอื้อทางบวกจาก Valuation และรอบโลกที่ยังไม่นิ่งผสานกับเริ่มเห็น Flow ไหลออก กลยุทธ์ จึงไม่ประมาทกับการลงทุนเพิ่มเงินสดมากขึ้น ระยะสั้นอาจเลือก Trading กลุ่มพลังงาน (PTTEP PTT PTTGC) Kospi ที่ปรับขึ้นบวกกับ TECH (DELTA) อื่นๆ แนะนำ Domestic (CPALL CPN HMPRO BCH PR9)
หุ้นแนะนำ
- PR9 : คาดกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มขยายตัวอยู่ที่ 192 ล้านบาท (+4.0% จากไตรมาสก่อน และ +5.5% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน) ทิศทางเดียวกับรายได้ที่คาดจะขยายตัวอยู่ที่ 1,312 ล้านบาท (+1.8% จากไตรมาสก่อน และ +2.4% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน) (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 20 บาท)
- KKP : ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิออกมาแข็งแกร่งที่ 2.2 พันล้านบาท (+51% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน, +9% จากไตรมาสก่อน) จากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยแข็งแกร่ง (ซื้อ: ราคาเป้าหมาย 120 บาท)







