
หุ้นไทยเปิดพุ่ง 12 จุด รับแรงหนุนชิป-น้ำมันลง-กนง.คงดอกเบี้ย โบรกชี้เป้าหุ้นน่าสะสม
ตลาดหุ้นไทยเปิดบวกกว่า 12 จุด รับแรงหนุนผลประกอบการ Micron ดีกว่าคาด ราคาน้ำมันปรับลง และ กนง.คงดอกเบี้ยพร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยสู่ 2.3% กูรูมอง SET มีโอกาสฟื้นตัว พร้อมเปิดโผหุ้นเด่นรับอานิสงส์เศรษฐกิจและการส่งออก
KEY
POINTS
- ดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 12 จุด โดยได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยบวก
- ปัจจัยหนุนหลักมาจากผลประกอบการบริษัทชิป (Micron) ที่ดีกว่าคาด และราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง ช่วยคลายความกังวลด้านต้นทุนพลังงาน
- คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) เป็น 2.3%
25 มิ.ย. 69 ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนี SET Index เปิดการซื้อขาย ณ เวลา 10:01 น. ที่ระดับ 1,560.62
จุด เพิ่มขึ้น 12.40 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.86% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในระหว่างนี้ดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,565.34 - 1,557.73 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 7,538.74 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- AOT ราคา 61.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.23% มูลค่าซื้อขาย 1,015.37 ล้านบาท
- DELTA ราคา 325.00 บาท เพิ่มขึ้น 11.00 บาท หรือ 3.50% มูลค่าซื้อขาย 964.72 ล้านบาท
- GULF ราคา 61.00 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 0.81% มูลค่าซื้อขาย 570.97 ล้านบาท
- ADVANC ราคา 351.00 บาท ลดลง -2.00 บาท หรือ 0.57% มูลค่าซื้อขาย 437.13 ล้านบาท
- KTB ราคา 36.00 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.69% มูลค่าซื้อขาย 314.08 ล้านบาท
ลุ้น SET Index ฟื้นตัว
นางสาวธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้ (25 มิ.ย.69) ว่า คาด SET Index ฟื้นตัว โดยรับแรงหนุนจากผลประกอบการของ Micron Technology การปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ รวมถึงการคาดการณ์ภาพเศรษฐกิจไทยในระยะถัดไปจากที่ประชุม กนง. ขณะที่รอลุ้นตัวเลขส่งออก คาดมีแรงเก็งกำไรในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่ส่งออกได้ดีต่อเนื่อง
ตลาดรับ Sentiment เชิงบวกจาก 2 ปัจจัยหลัก
โดยคาดตลาดรับ Sentiment เชิงบวกจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) การประกาศผลประกอบการของ Micron Technology ออกมาดีกว่าตลาดคาด พร้อมชี้ว่าอุปสงค์ในชิปความจำยังขยายตัวแข็งแกร่ง มองจะกลับมาหนุนหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
2) ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลงมาที่ระดับ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้กับช่วงก่อนเกิดสงครามมาก หลังทรัมป์ประกาศว่าอิหร่านจะไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ กับเรือที่แล่นผ่านช่องแคบ Hormuz ช่วยคลายความกังวลในส่วนของต้นทุนพลังงานที่จะเพิ่มขึ้นแม้มีการเปิดช่องแคบดังกล่าว มองลบต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำและโรงกลั่นแต่เป็นบวกกับ Sentiment การลงทุน
กนง. คงอัตราดอกเบี้ยตามคาด
นอกจากนี้ ที่ประชุม กนง. มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% โดยเห็นว่านโยบายการเงินในเชิงผ่อนคลาย และการใช้มาตรการเฉพาะจุด มีส่วนช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจ สิ่งที่น่าสนใจในการประชุมครั้งนี้ คือ ที่ประชุมมีการปรับประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยขึ้นจาก 1.5% เป็น 2.3%
ทั้งนี้ ส่วนประกอบใน GDP ที่น่าสนใจซึ่งถูกปรับเพิ่มการขยายตัว ได้แก่ การลงทุนภาคเอกชน และการบริโภค สู่ระดับ 2.6% และ 6% เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์เดิมที่ 1.6% และ 3.0% ตามลำดับ เบื้องต้นเป็นการคาดการณ์บนราคาน้ำมันดิบดูไบที่ระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ความเป็นไปได้ที่จะเห็นภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจมากกว่า 2.3%
โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจมากกว่า 2.3% ในกรณีที่ราคาน้ำมันดิบต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มองเป็นแรงหนุนต่อภาพรวมการขยายตัวของเศรษฐกิจระยะถัดไป นอกจากนี้ภาพนโยบายการคลังที่อาจผลักดันมาตรการต่างๆ ออกมาในครึ่งหลังของปี เป็นอีกแรงหนุน Upside ของระบบเศรษฐกิจเช่นกัน มองเป็นบวกกับหุ้นกลุ่ม Domestic และธนาคาร
ขณะเดียวกันตลาดคาดตัวเลขส่งออกจะขยายตัว 12.70% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ลดลงจากในเดือนก่อนที่ 23.10% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยสินค้าส่งออกที่น่าสนใจซึ่งขยายตัวได้ดีในเดือนก่อน ได้แก่ สิ่งปรุงรส อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป ผลิตภัณฑ์ยาง และอุปกรณ์/ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ มองบวกต่อหุ้นที่เกี่ยวข้อง
ปัจจัยจับตาเพิ่มเติม
- กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น (MAFF) เผยเห็นด้วยในหลักการต่อการรับรองระบบแบ่งพื้นที่ปลอดโรคไข้หวัดนกของไทย พร้อมรับพิจารณาการขยายขอบข่ายนำเข้าเนื้อสุกรและเนื้อโคปรุงสุก รวมถึงสินค้าใหม่ในกลุ่มผลพลอยได้จากสัตว์ปีก
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันแล้วว่าจะมีการผลักดันโครงการ Co-payment (ค่าใช้จ่ายร่วม) หรือที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีในชื่อ "เราเที่ยวด้วยกัน" หรือ "เที่ยวไทยคนละครึ่ง" กลับมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้งเพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น
- ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลังเผยเสถียรภาพเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ทำให้ไทยไม่มีแรงกดดันต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเหมือนหลายประเทศ และค่าเงินบาทของไทยยังถือว่ามีเสถียรภาพและผันผวนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น แม้สภาวะการเงินโลกจะตึงตัวขึ้น
กลยุทธ์การลงทุน
- กนง. คงดอกเบี้ย : KBANK, KTB, SCB, BBL
- Anti-comm. + คลายกังวลตะวันออกกลาง : BDMS, BGRIM, BH, GPSC, MINT, SCGP, TOA
- มาตรการภาครัฐ + Domestic Play : AMATA, CK, STECON, DELTA, HANA, KCE, WHA, ADVANC, TRUE, INSET, PT, CENTEL, AAV, BA, AOT, CPN
- ลุ้นตัวเลขส่งออก : ITC, TU, CPF, TFG, NER, STA







