
ดาวโจนส์ปิดตลาดบวก 72 จุด นักลงทุนคลายกังวลเงินเฟ้อ หลังน้ำมันดิ่งแรง
หุ้นสหรัฐทะยานรับข่าวสงบศึก ดาวโจนส์ปิดตลาดบวก 72 จุด นักลงทุนคลายกังวลเงินเฟ้อ หลังน้ำมันดิ่งแรง Nasdaq พุ่งเกือบ 500 จุด แรงสุดรอบสัปดาห์ หุ้นชิปนำตลาด
KEY
POINTS
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดปรับตัวขึ้น 72.15 จุด โดยมีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์เป็นปัจจัยหนุนสำคัญ
- นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดโดยรวม
- สาเหตุหลักที่ทำให้ความกังวลเงินเฟ้อลดลงคือราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงอย่างหนัก หลังสหรัฐฯ และอิหร่านลงนามในข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (18 มิ.ย.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ดีดตัวขึ้น 1.9%
ได้ปัจจัยหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และจากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ
หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านลงนามในข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงคราม
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 51,564.70 จุด เพิ่มขึ้น 72.15 จุด หรือ +0.14%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,500.58 จุด เพิ่มขึ้น 80.48 จุด หรือ +1.08%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,517.93 จุด เพิ่มขึ้น 496.28 จุด หรือ +1.91%
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในดัชนี S&P500 ขึ้น 2.68% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยดีดตัวขึ้น 1.76%
ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 1.73% ตามด้วยหุ้นกลุ่มการเงินลดลง 0.9%
ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) ทำผลงานได้ดีกว่าตลาดโดยรวม โดยพุ่งขึ้น 6.4% หลังจากหุ้น Intel พุ่งขึ้น 10.6% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ภายหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯระบุว่า บริษัท Apple ได้ตกลงร่วมมือกับ Intel เพื่อออกแบบและผลิตชิปในสหรัฐฯ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงและสนับสนุนธุรกิจรับจ้างผลิตชิปของ Intel ที่ยังตามหลังบริษัท TSMC ของไต้หวันตลอดหลายปีที่ผ่านมา
WTI ร่วงต่ำสุดตั้งแต่เดือนมี.ค.
อย่างไรก็ดี ในช่วงต้นของการซื้อขาย ราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค. หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามในข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว ซึ่งจะขยายระยะเวลาการหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีเวลาในการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย ทั้งนี้ การร่วงลงของราคาน้ำมันช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ หลังจากภาวะดังกล่าวเคยสร้างความวิตกให้กับนักลงทุนอย่างมากก่อนหน้านี้ เนื่องจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงนับตั้งแต่สงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ.
สถานการณ์ล่าสุดนั้น เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า เรือขนส่งน้ำมันที่บรรทุกน้ำมันรวมมากกว่า 12 ล้านบาร์เรล ได้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มต้นสงคราม รวมถึงกล่าวว่า อิหร่านไม่ได้ยิงใส่เรือลำใดในช่องแคบฮอร์มุซเป็นคืนที่ 2 ติดต่อกันแล้ว ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ได้อนุญาตให้เรือมากกว่าสิบลำแล่นผ่านแนวปิดล้อมทางทะเล
นักลงทุนกังวลแนวโน้มดอกเบี้ย
นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) หลังจากคณะกรรมการเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธที่ 17 มิ.ย. 69
แต่ในรายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) ของเฟดบ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่เฟดจำนวน 9 รายจากทั้งหมด 18 ราย คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในสิ้นปี 2569
นอกจากนี้ รายงาน Dot Plot ยังระบุว่า เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จากเดิมที่ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้
เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะสายเหยี่ยว หรือผู้สนับสนุนนโยบายการเงินที่เข้มงวด ระบุในการแถลงข่าวว่า เฟดมีความมุ่งมั่นที่จะฉุดเงินเฟ้อให้กลับสู่ระดับ 2% ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ได้เห็นมานานถึงครึ่งทศวรรษ ซึ่งรู้สึกเสียใจต่อข้อเท็จจริงดังกล่าว และเฟดกำลังจะแก้ไขในเรื่องนี้
เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักราว 50% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% อย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ย. และให้น้ำหนักราว 20% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50%
หุ้นซอฟต์แวร์ลดลง 0.7%
หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ในดัชนี S&P500 ปิดลดลง 0.7% โดยถูกกดดันจากหุ้น Accenture ที่ดิ่งลงรุนแรงถึง 18% หลังจากบริษัทซอฟต์แวร์รายนี้ปรับลดคาดการณ์รายได้รายปี
ส่วนหุ้นบริษัท SpaceX ของอีลอน มัสก์ ร่วงลง 3.6% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันวันที่สอง หลังจากที่ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงไม่กี่วันหลังจากเข้าเทรดในตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (12 มิ.ย.)
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานล่าสุด กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 4,000 ราย สู่ระดับ 226,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว แต่สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 225,000 ราย







