thansettakij
thansettakij
ทองร่วงแรง 2,150 บาทในวันเดียว จับตาเฟดขึ้นดอกเบี้ย-สงครามดันเงินเฟ้อ

ทองร่วงแรง 2,150 บาทในวันเดียว จับตาเฟดขึ้นดอกเบี้ย-สงครามดันเงินเฟ้อ

10 มิ.ย. 69 | 08:37 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มิ.ย. 69 | 08:56 น.

ราคาทองคำในประเทศดิ่งกว่า 2,150 บาท หลังตลาดกังวลเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยปลายปี ความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ นักลงทุนจับตาตัวเลข CPI สหรัฐคืนนี้

KEY

POINTS

  • ราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลง 2,150 บาทในวันเดียว ตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกที่ร่วงลงอย่างหนัก
  • ปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำคือความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงปลายปี หลังตัวเลขการจ้างงานออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด
  • ความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน สร้างความกังวลว่าอาจผลักดันให้ราคาพลังงานและอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้เฟดต้องคงนโยบายการเงินที่เข้มงวด

ราคาทองคำในประเทศช่วงภาคบ่ายวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยสมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองคำแท่ง 96.5% รับซื้ออยู่ที่ 65,250 บาท และขายออกที่ 65,350 บาท ลดลง 2,150 บาทจากช่วงเปิดตลาด ขณะที่ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) เคลื่อนไหวบริเวณ 4,177.94 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 82.67 ดอลลาร์ หรือ 1.94% จากราคาเปิดตลาด สะท้อนแรงขายทำกำไรและแรงกดดันจากแนวโน้มนโยบายการเงินของสหรัฐ

การปรับตัวลงของราคาทองคำครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนต่อทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐ หลังตลาดเริ่มให้น้ำหนักมากขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% จำนวน 1 ครั้งในช่วงปลายปี 2569 ส่งผลให้แรงซื้อในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำชะลอตัวลง

ตลาดเพิ่มเดิมพันเฟดขึ้นดอกเบี้ยปลายปี

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) วิเคราะห์ว่า ราคาทองคำยังอยู่ในช่วงพักฐาน ท่ามกลางความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% จำนวน 1 ครั้งในช่วงปลายปี 2569

มุมมองดังกล่าวสะท้อนผ่าน CME FedWatch Tool ที่ให้น้ำหนักความเป็นไปได้มากกว่า 40% หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payrolls) ของสหรัฐออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้นักลงทุนกลับมาประเมินว่าเฟดอาจจำเป็นต้องคงท่าทีเข้มงวดทางการเงินนานกว่าที่เคยคาด

รูปทองคำ

อีกปัจจัยสำคัญที่ตลาดติดตาม คือความตึงเครียดรอบใหม่ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งสร้างความกังวลต่อทิศทางราคาพลังงานและความเสี่ยงเงินเฟ้อโลก

รายงานระบุว่า สหรัฐได้เปิดปฏิบัติการโจมตีเพิ่มเติมต่ออิหร่าน เพื่อตอบโต้เหตุเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐถูกยิงใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนที่อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพอากาศในจอร์แดนที่มีกำลังทหารสหรัฐประจำการอยู่

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตลาดประเมินว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้ออาจกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง หากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เฟดชะลอการผ่อนคลายนโยบายการเงิน หรืออาจจำเป็นต้องกลับมาปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม

จับตา CPI สหรัฐ ตัวแปรชี้ทิศทางดอกเบี้ยเฟด

ขณะเดียวกัน นักลงทุนทั่วโลกยังรอติดตามการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ของสหรัฐประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะประกาศในคืนวันที่ 10 มิถุนายนนี้ เนื่องจากเป็นข้อมูลสำคัญที่จะสะท้อนทิศทางเงินเฟ้อและส่งผลต่อการตัดสินใจของเฟดในระยะถัดไป

ตลาดคาดว่า CPI เดือนพฤษภาคมจะขยายตัว 4.20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ Core CPI คาดเพิ่มขึ้น 2.90% หากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด อาจหนุนการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดและกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม

ด้าน YLG ประเมินว่า หากราคาทองคำโลกไม่สามารถผ่านแนวต้าน 4,362 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ยังมีโอกาสปรับตัวลงต่อ โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ 4,187-4,160 ดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 4,100 ดอลลาร์

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน YLG แนะนำซื้อคืนสถานะขายเมื่อราคาไม่หลุดแนวรับ 4,187-4,160 ดอลลาร์ พร้อมขยับ Trailing Stop มาที่ 4,275 ดอลลาร์เพื่อรักษากำไร และเปิดสถานะขายอีกครั้งหากราคาดีดตัวไม่ผ่านแนวต้าน 4,362 ดอลลาร์ โดยควรตัดขาดทุนหากราคาทะลุระดับดังกล่าว

ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในระยะสั้นยังขึ้นอยู่กับผลการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐและท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐเป็นสำคัญ ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงเป็นอีกปัจจัยเสี่ยงที่นักลงทุนทั่วโลกต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

แหล่งข้อมูล : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG), สมาคมค้าทองคำ, CME FedWatch Tool