
ลุ้น JAS ปิดดีลบอลโลก กูรูมอง ADVANC-TRUE เด่น รับคนดูผ่านมือถือ
JAS เร่งต่อรองค่าลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 หลัง FIFA เคาะราคากว่า 1,300 ล้านบาท โบรกมองหากดีลสำเร็จหนุนหุ้นสื่อ-ICT คึกคัก แต่หากพลาดเสี่ยงกระทบฐานสมาชิก EPL และเปิดทางแพลตฟอร์มเถื่อน
KEY
POINTS
- JAS อยู่ระหว่างการเจรจาต่อรองลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 กับ FIFA แต่ยังติดปัญหาเรื่องราคาที่สูงกว่า 1,300 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมองว่าไม่คุ้มค่าและอาจล้มเลิกดีลหากต่อรองไม่ได้
- ดีลนี้มีความสำคัญต่อ JAS ในการต่อยอดแพลตฟอร์มพรีเมียร์ลีก (EPL) และรักษาฐานสมาชิก แต่หากพลาดสิทธิ์ก็มีความเสี่ยงที่ผู้ชมจะหันไปใช้ช่องทางผิดกฎหมาย
- นักวิเคราะห์มองว่าหากมีการถ่ายทอดสด หุ้นกลุ่มสื่อสารอย่าง ADVANC และ TRUE จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเวลาแข่งขันส่วนใหญ่อยู่ในช่วงเช้าถึงกลางวัน
การเจรจาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ของ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากทั้งแฟนบอลและนักลงทุน หลัง FIFA ยืนราคาสูงกว่า 1,300 ล้านบาท ขณะที่บริษัทมองว่าสูงเกินความคุ้มค่า ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ที่ไม่ใช่แค่เรื่องต้นทุน แต่รวมถึงการรักษาฐานสมาชิกและการแข่งขันในธุรกิจคอนเทนต์กีฬา
ดีลครั้งนี้จึงอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ JAS ในการต่อยอดแพลตฟอร์ม EPL และสร้างรายได้ระยะยาว ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเริ่มมองหาโอกาสลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มได้อานิสงส์จากกระแสฟุตบอลโลก ทั้งกลุ่ม ICT ค้าปลีก และเครื่องดื่ม ที่อาจได้แรงหนุนจากยอดใช้งานและการบริโภคที่เพิ่มขึ้น
นักวิเคราะห์ บล.กรุงศรี เปิดมุมมองต่อประเด็นเข้าซื้อสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกว่า กลุ่ม JAS เผยว่า ในตอนนี้อยู่ระหว่างเจรจาต่อรองค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกกับทางฟีฟ่า ซึ่งทางฟีฟ่ายังยืนกรานราคาที่ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณกว่า 1,300 ล้านบาท
แต่ JAS มองว่าเป็นราคาที่สูงเกินไป ขณะที่ทางประเทศเวียดนามจ่ายเพียง 15 ล้านดอลลาร์ โดยทาง JAS ต้องการราคาใกล้กับที่เวียดนามจ่าย ซึ่งหากต่อรองราคาไม่ได้จริงๆ ก็ต้องยอมปล่อยไป เพราะหากเป็นราคาที่ทางฟีฟ่ากำหนดไว้แล้ว และหากฝืนเอามาก็ขาดทุน
ทั้งนี้ มองว่าแม้ยังมีความไม่แน่นอนถึงข้อสรุปการซื้อลิขสิทธิ์ แต่เทียบกับสถานการณ์ช่วงก่อนหน้าที่ตลาดให้น้ำหนักไทยน่าจะไม่ได้ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก เราประเมินจิตวิทยาบวกอ่อนๆ เพิ่มขึ้นต่อกลุ่มที่มีโอกาสได้ประโยชน์ ทั้งนี้ การแข่งขัน FIFA World Cup 2026 จะเริ่มขึ้นตั้งแต่ 11 มิ.ย. - 19 ก.ค. 26 สถานที่จัดการแข่งขันกระจายตัวอยู่ใน 16 เมืองทั่วอเมริกาเหนือ ประกอบด้วย สหรัฐฯ 11 เมือง, เม็กซิโก 3 เมือง และแคนาดา 2 เมือง เป็นต้น
โผหุ้นรับอานิสงส์ถ่ายทอดฟุตบอล
โดยจำนวนเกมส์การแข่งขันมีทั้งสิ้น 104 นัด ซึ่งเพิ่มจากครั้งก่อนๆ ที่มี 64 นัด จากการเพิ่มจำนวนทีมเข้าแข่งขัน โดยเตะตามเวลาไทยทั้งสิ้น 16 ช่วงเวลา ช่วงเวลาที่มีเตะมากที่สุด (ขาประจำแทบทุกวัน) ช่วงเวลาเหล่านี้คือ ไพรม์ไทม์ ที่ฝ่ายจัดมักใช้วางโปรแกรมคู่ใหญ่ เพราะตรงกับช่วงเย็น/ค่ำของอเมริกา และตรงกับช่วงหัวค่ำ/ดึกของทางฝั่งยุโรป
- มากที่สุด คือ ช่วง 02:00 น.
- มาก คือ 05:00-08:00 น.
- ปานกลาง คือ เที่ยงคืน-ตี1
- น้อย คือ 09:00-11:00 น.
แม้กรณีกลุ่ม JAS จะซื้อได้ราคาที่ดี แต่เราประเมินว่าราคาน่าจะสะท้อนในหุ้นที่ขึ้นแรงไปพอสมควรแล้วทั้ง JAS และ MONO กลยุทธ์เน้นเก็งกำไร อย่างไรก็ตาม ขณะที่หากซื้อได้ให้มองหาทางเลือกหุ้นอื่นที่มีโอกาสได้ประโยชน์
- ความต้องการการบริโภคขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มระหว่างชม อาทิ กลุ่มค้าปลีก (CPALL) และกลุ่มเครื่องดื่ม
- ความต้องการใช้ Internet เร่งขึ้นโดยเฉพาะรอบนี้ที่มีการแข่งขันช่วงเช้า เพิ่มการรับชมนอกสถานที่ผ่านมือถือ เร่งยอดใช้อินเตอร์เน็ต กลุ่ม ICT (ADVANC, TRUE)
จับตา JAS ต่อรองค่าลิขสิทธิ์
บล.กสิกรไทย ระบุว่า จากประเด็น JAS มีแนวโน้มที่จะพยายามเข้าซื้อสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกบางส่วนร่วมกับพันธมิตรด้านคอนเทนต์ หากคว้าสิทธิได้จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด แต่หากพลาดอาจกลายเป็นผู้เสียประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากแฟนฟุตบอลชาวไทยอาจหันกลับไปรับชมผ่านช่องทางเถื่อน ลดมูลค่าความเป็นไปได้ของโครงการ EPL ลงได้
โดยการแข่งขันฟุตบอลโลกระหว่างวันที่ 11 มิ.ย.-19 ก.ค.2569 จะเป็นมหกรรมกีฬาทีมประสิทธิภาพในการเชื่อมช่วงว่าง 3 เดือนของช่วงปิดฤดูกาล EPL ในมุมมองของฝ่ายวิจัย JAS จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดหากสามารถคว้าสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก FIFA ได้สำเร็จ และนำมาจัดรวมกับการสมัครรับชม EPL ในฤดูกาลถัดไป
ในทางกลับกัน JAS จะเป็นผู้เสียประโยชน์มากที่สุดอย่างชัดเจน หากแฟนฟุตบอลเลือกใช้ช่องทางผิดกฎหมายในการรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA
ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีความชัดเจนว่าแฟนฟุตบอลชาวไทยจะสามารถรับชมการแข่งขันผ่านช่องทางการถ่ายทอดสดปกติได้หรือไม่ ภายใต้สมมติฐานที่ว่าสมาชิก EPL ทั้งหมด 1.73 ล้านรายยังคงสมัครรับชมต่อเพื่อชมการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA โดยความสามารถในการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก FIFA ของ JAS จะอยู่ที่ประมาณ 688.5 ล้านบาท ซึ่งเป็นเพียงระดับจุดคุ้มทุนเท่านั้น
อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเชิงบวกอย่างระมัดระวังต่อ JAS ประการแรก JAS สามารถดึงดูดสมาชิก EPL ได้ถึง 1.73 ล้านรายในฤดูกาลแรก ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพรายได้จากค่าสมาชิกราว 3.1 พันล้านบาท ตลอดระยะเวลาถ่ายทอดสด 9 เดือน
ประการที่สอง JAS มีแนวโน้มที่จะพยายามเข้าซื้อสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกบางส่วนร่วมกับพันธมิตรด้านคอนเทนต์ โดยจากความสามารถในการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ประมาณ 500-600 ล้านบาท JAS สามารถนำการแข่งขันฟุตบอล โลกมาจัดแพ็กเกจร่วมกับสิทธิถ่ายทอดสดวอลเลย์บอลแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่บริษัทถืออยู่ เพื่อรักษาฐานสมาชิกในระดับจุดคุ้มทุนของกำไรสำหรับฤดูกาลถัดไป
ดังนั้น คงคำแนะนำถือ JAS ด้วยราคาเป้าหมายสินปี 2569 ที่ 1.49 บาท โดยเชื่อว่า JAS อาจเป็นหุ้นที่เหมาะสำหรับการเก็งกำไรระยะสั้น หากบริษัทสามารถคว้าสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก FIFA ได้บางส่วน ทั้งนี้ การเจรจาระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริษัทเอกชนในประเทศ และ FIFA ยังคงดำเนินอยู่จนถึงช่วงก่อนเริ่มการแข่งขันในวันที่ 11 มิ.ย.
อย่างไรก็ตาม หากประเทศไทยพลาดการได้สิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก FIFA ทาง JAS อาจกลายเป็นผู้เสียประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากแฟนฟุตบอลชาวไทยอาจหันกลับไปรับชมผ่านช่องทางเถื่อน ซึ่งอาจลดมูลค่าความเป็นไปได้ของโครงการ EPL ลงได้





