
'อไรซ์' ปักธง มิ.ย. เปิด 'ASCEND BANK' จับตามติผู้ถือหุ้น CPALL 29 พ.ค.
อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป ตั้งเป้าเปิดตัว ASCEND BANK ภายในมิ.ย.นี้ จับตามติผู้ถือหุ้น CPALL 29 พ.ค. ลุ้นโยก CPAXT-เคาน์เตอร์เซอร์วิส เข้ากลุ่ม Virtual Bank
KEY
POINTS
- กลุ่มอไรซ์ เวนเจอร์ส เตรียมเปิดตัวธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) 'ASCEND BANK' อย่างเป็นทางการภายในเดือนมิถุนายนนี้ตามกรอบเวลาของ ธปท.
- ต้องจับตาการประชุมผู้ถือหุ้น CPALL ในวันที่ 29 พ.ค. ซึ่งจะลงมติเรื่องการโอน 3 บริษัทย่อย ได้แก่ เคาน์เตอร์เซอร์วิส และ CPAXT เข้าไปอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Virtual Bank
- คณะกรรมการที่ไม่มีส่วนได้เสียของ CPALL มีมติ "ไม่เห็นด้วย" กับข้อเสนอดังกล่าวแล้ว โดยให้เหตุผลเรื่องความเสี่ยงด้านความคล่องตัวทางธุรกิจ แต่การตัดสินใจสุดท้ายขึ้นอยู่กับมติผู้ถือหุ้น
บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป ของนายศุภชัย เจียรวนนท์ เตรียมเปิดตัว ASCEND BANK ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ Virtual Bank อย่างเป็นทางการภายในเดือนมิถุนายนนี้ ตามกรอบเวลาที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กำหนดไว้
ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวสำคัญในเครือซีพียังคงเป็นที่จับตา หลังคณะกรรมการที่ไม่มีส่วนได้เสียของ CPALL มีมติไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอโอนบริษัทย่อย 3 แห่ง ทั้ง CPAXT และเคาน์เตอร์เซอร์วิส เข้ามาอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Virtual Bank โดยการตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้
ก่อนหน้านี้นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป (Arise Ventures Group) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ Virtual Bank ว่า บริษัท ธนาคารแอสเซนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASCEND BANK จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ตามแผนงานและระเบียบข้อบังคับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำหนดไว้
“ขณะนี้เรายังอยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องขนาดและรูปแบบของการจัดงานเปิดตัว เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ เป้าหมายหลักที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือ การปฏิบัติตามเงื่อนไขเวลาที่ทางแบงก์ชาติกำหนดไว้ เพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินงานได้อย่างเป็นทางการตามโรดแมปที่วางไว้” นายศุภชัยกล่าว
จับตา EGM CPALL 29 พ.ค. ลุ้นโยก 3 บริษัทย่อยเข้ากลุ่ม Virtual Bank
ประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจ คือการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) ของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ซึ่งจะลงมติเรื่องการโอนบริษัทย่อย 3 แห่ง เข้าสู่กลุ่มธุรกิจ Virtual Bank ของ บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (ACMH) ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPG) ประกอบด้วย
- บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ผู้ให้บริการรับชำระเงินในร้าน 7-Eleven มีรายได้รวมปี 2568 อยู่ที่ 3,596 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,090 ล้านบาท
- บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด ผู้ดูแลระบบสมาชิก ALL Member และธุรกิจ e-Money มีรายได้รวม 410 ล้านบาท กำไรสุทธิ 98 ล้านบาท
- บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เจ้าของแบรนด์ Makro และ Lotus’s มีรายได้รวมสูงถึง 520,706 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9,356 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี คณะกรรมการที่ไม่มีส่วนได้เสียของ CPALL มีมติ “ไม่เห็นด้วย” กับข้อเสนอดังกล่าวแล้ว โดยให้เหตุผล 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ ความเสี่ยงต่อการสูญเสียความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากหากโอนบริษัทย่อยออกไป ธุรกรรมระหว่าง CPALL กับบริษัทเหล่านั้นอาจเข้าข่าย “รายการที่เกี่ยวโยงกัน” ตามเกณฑ์ ก.ล.ต. และ ธปท. ส่งผลให้การอนุมัติแต่ละธุรกรรมมีขั้นตอนซับซ้อนมากขึ้น
อีกทั้งยังมีความกังวลเรื่องความเป็นกลาทางธุรกิจ เพราะบริษัทลูก CPALL มีความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง การย้ายเข้ากลุ่ม Virtual Bank อาจทำให้พันธมิตรเดิมเกิดความกังวลเรื่องการแข่งขัน
นายศุภชัยกล่าวว่า ทางเครือซีพีไม่ได้มีแนวคิดนำ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL และ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เข้าอยู่ภายใต้ธุรกิจ Virtual BanK เนื่องจากใบอนุญาตเกี่ยวกับการชำระเงิน (Payment License) และ เคาน์เตอร์เซอร์วิส (Counter Service) ที่ได้รับจาก ธปท. เป็นส่วนประกอบหนึ่งในการดำเนินธุรกิจค้าปลีก ไม่ใช่การแยกตัวบริษัทค้าปลีกออกไป
“ถ้าผู้ถือหุ้นไม่เห็นชอบ ก็เป็นเหตุผลที่เพียงพอที่จะชี้แจงต่อ ธปท. ว่าไม่สามารถรวมได้ตามระเบียบเนื่องจากผู้ถือหุ้นไม่อนุมัติ และ ธุรกิจเดิมก็จะดำเนินต่อไปตามปกติโดยไม่กระทบอะไร” นายศุภชัยกล่าว
ด้าน บล.ฟิลลิป ประเมินว่ากรณีดังกล่าวเป็นเพียงปัจจัยกดดันระยะสั้นต่อหุ้น CPALL โดยยังคงประมาณการกำไรปี 2569 ไว้ที่ 3 หมื่นล้านบาท พร้อมคาดการณ์ว่าผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่มีแนวโน้มไม่เห็นชอบข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานและประมาณการกำไรของบริษัทแต่อย่างใด
“ทรู” กำไร Q1/69 พุ่ง 6.6 พันล้านบาท
ขณะที่ผลประกอบการของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในไตรมาส 1/2569 นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม เปิดเผยว่า มีกำไรสุทธิหลังหักภาษี (NPAT) อยู่ที่ 6,600 ล้านบาท พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 4,800 ล้านบาท หรือ 0.14 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 73% ด้าน EBITDA อยู่ที่ 28,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% จากปีก่อน โดยมีอัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการสูงถึง 68.3%
สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แม้รายได้จากการให้บริการรวมจะอยู่ที่ 41,000 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.6% จากปีก่อนก็ตาม
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,203 วันที่ 24 - 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569







