thansettakij
thansettakij
TOA กำไร Q1 พุ่ง 30% แตะ 953 ล้าน ฝ่าเศรษฐกิจชะลอ เดินหน้ารุก CLMV

TOA กำไร Q1 พุ่ง 30% แตะ 953 ล้าน ฝ่าเศรษฐกิจชะลอ เดินหน้ารุก CLMV

16 พ.ค. 69 | 07:38 น.
อัปเดตล่าสุด :16 พ.ค. 69 | 07:39 น.

TOA ประกาศผลงานไตรมาส 1/2569 รายได้ 5,681 ล้านบาท กำไรสุทธิ 953 ล้านบาท โต 30% เดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ พร้อมบริหารต้นทุน ซัพพลายเชน รับมือเศรษฐกิจและราคาพลังงานผันผวน

KEY

POINTS

  • TOA มีกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ 953 ล้านบาท เติบโตขึ้น 30% สวนกระแสเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
  • การเติบโตมาจากยอดขายที่แข็งแกร่งของสินค้าหลักทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV (เมียนมา ลาว และเวียดนาม)
  • บริษัทปรับกลยุทธ์รับมือตลาดบ้านใหม่ชะลอตัว โดยหันมาเน้นกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับงานซ่อมแซมและรีโนเวทมากขึ้น
  • มีการบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน ด้วยการจัดหาจากแหล่งใหม่และปรับแผนการผลิตให้เหมาะสม

TOA โชว์รายได้ไตรมาสแรกปี 2569 แตะ 5,681 ล้านบาท

TOA Paint (Thailand) หรือ TOA ผู้นำธุรกิจสีทาอาคาร เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างของไทย ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในภาวะชะลอตัว โดยมีรายได้รวม 5,681 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 953 ล้านบาท เติบโต 30%

นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA เปิดเผยว่า การเติบโตดังกล่าวมาจากความแข็งแกร่งของกลุ่มสินค้าหลัก ทั้งสีทาอาคารและเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ทั้งในประเทศไทยและตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเมียนมา ลาว และเวียดนาม ที่ยังคงมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA

บริษัทฯ เดินหน้ากลยุทธ์บริหารพอร์ตผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ พร้อมมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้าน Total Solution for Living ครอบคลุมธุรกิจวัสดุก่อสร้างครบวงจร เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในประเทศและภูมิภาค

ขณะเดียวกัน TOA ยังปรับกลยุทธ์รับมือภาวะตลาดบ้านใหม่ชะลอตัว ด้วยการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ในกลุ่มซ่อมแซมและรีโนเวท ซึ่งยังมีความต้องการต่อเนื่อง ส่งผลให้กลุ่มเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ปูนมอร์ตาร์ แผ่นยิปซัม กระเบื้อง สุขภัณฑ์ และนวัตกรรมห้องน้ำอัจฉริยะ มีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้และรักษาเสถียรภาพธุรกิจ

เร่งบริหารซัพพลายเชนและต้นทุน หลังวิกฤติตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเร่งบริหารความเสี่ยงด้านวัตถุดิบและซัพพลายเชน หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มกระทบตลาดปิโตรเคมีโลก โดยได้จัดหาวัตถุดิบจากแหล่งใหม่เพิ่มเติม รวมถึงนำวัตถุดิบทางเลือกที่ผ่านการทดสอบแล้วเข้ามาใช้ เพื่อลดผลกระทบจากภาวะวัตถุดิบตึงตัว

พร้อมกันนี้ TOA ยังปรับแผนการผลิต การขาย และบริหารราคาสินค้าอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและลดแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

 

นายจตุภัทร์ กล่าวว่า แม้ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบมีแนวโน้มผันผวนมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป แต่ด้วยแผนบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าจะสามารถรักษาความแข็งแกร่งทางธุรกิจและการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง