thansettakij
thansettakij
AGE กำไรไตรมาสแรก 102 ล้าน เดินหน้าลดพึ่งพาถ่านหินสู่ธุรกิจ EV

AGE กำไรไตรมาสแรก 102 ล้าน เดินหน้าลดพึ่งพาถ่านหินสู่ธุรกิจ EV

15 พ.ค. 69 | 06:11 น.
อัปเดตล่าสุด :15 พ.ค. 69 | 06:11 น.

AGE เผยกำไรไตรมาสแรก 102 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าลดพึ่งพาถ่านหินสู่ธุรกิจ EV เร่งเพิ่มรายได้ธุรกิจใหม่ ตั้งเป้าสัดส่วน Non-Coal แตะ 50%

KEY

POINTS

  • AGE เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 102.4 ล้านบาท จากรายได้รวม 3,234 ล้านบาท
  • ธุรกิจยานยนต์มลพิษต่ำ (Low Emission Mobility) ซึ่งรวมถึงรถ EV และไฮบริด สร้างรายได้ 789 ล้านบาท
  • บริษัทตั้งเป้าลดการพึ่งพาธุรกิจถ่านหิน โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ (Non-Coal) ให้เป็น 50% ภายในปี 2573

นางสาวปณิตา ควรสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,234 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 102.4 ล้านบาท โดยมีการกระจายแหล่งรายได้ใน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย

ธุรกิจถ่านหิน (Coal Business) รายได้ 1,938 ล้านบาท ปริมาณขาย 0.84 ล้านตัน โดยในปีนี้ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน

ธุรกิจโลจิสติกส์ (Smart Logistics) รายได้ 109 ล้านบาท เดินหน้าขยายฐานลูกค้าภายนอก พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารคลังสินค้าและท่าเรืออย่างต่อเนื่อง

AGE กำไรไตรมาสแรก 102 ล้าน เดินหน้าลดพึ่งพาถ่านหินสู่ธุรกิจ EV

 

ธุรกิจพลังงานยั่งยืน (Sustainable Energy) รายได้ 398 ล้านบาท โดยในปี 2569 บริษัทฯ เดินหน้าปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ ทั้งในส่วนการขายสินค้า ระบบขนส่ง และการใช้พลังงานภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจ Low Emission Mobility รายได้ 789 ล้านบาท เติบโตจากยอดจำหน่ายรถ EV และ Hybrid รวมถึงรายได้จากศูนย์บริการและธุรกิจเช่ารถ EV Taxi โดยปัจจุบันดำเนินธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ในตลาดรถไฟฟ้าและไฮบริด ร่วมกับ 5 พันธมิตรแบรนด์รถยนต์ และมี 11 โชว์รูม ภายใต้แบรนด์ Omoda & Jaecoo, Zeekr, GWM, Chery และ Mitsubishi Motors

ตั้งเป้ารายได้ 4 ธุรกิจ 1.75 หมื่นล้าน

โดยในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าปริมาณการขายถ่านหินที่ 4 ล้านตัน รวมถึงตั้งเป้ามีรายได้รวมจากทั้ง 4 ธุรกิจหลักอยู่ที่ 17,500 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ (Non-Coal) อย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสัดส่วน 50:50 ภายในปี 2573

ในส่วนของทิศทางธุรกิจในปี 2569 นั้น แม้ว่าในปีนี้จะยังมีความไม่แน่นอน ทั้งจากสถานการณ์ราคาพลังงานและภาวะเศรษกิจโลก บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน รวมทั้งเดินหน้าขยายธุรกิจทั้งในส่วนของธุรกิจถ่านหิน และธุรกิจยานยนต์มลพิษต่ำ (Low Emission Mobility) รวมทั้งการปรับกลยุทธ์บริหารกลุ่ม Sustainable Energy อย่างต่อเนื่อง

สำหรับโครงการ “Jump+” มีการติดตั้งแผง Solar Rooftop ซึ่งได้ติดตั้งเสร็จในช่วงไตรมาส 1/69 ทำให้ในปัจจุบันบริษัทฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 972.36 kWp อีกทั้งยังมีการทยอยเปลี่ยนเครื่องมือหนักมาใช้ระบบไฟฟ้าแทนเครื่องมือหนักที่ใช้น้ำมันเพื่อช่วยลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิงและสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่มบริษัทในระยะยาว