
AGE กำไรไตรมาสแรก 102 ล้าน เดินหน้าลดพึ่งพาถ่านหินสู่ธุรกิจ EV
AGE เผยกำไรไตรมาสแรก 102 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าลดพึ่งพาถ่านหินสู่ธุรกิจ EV เร่งเพิ่มรายได้ธุรกิจใหม่ ตั้งเป้าสัดส่วน Non-Coal แตะ 50%
KEY
POINTS
- AGE เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 102.4 ล้านบาท จากรายได้รวม 3,234 ล้านบาท
- ธุรกิจยานยนต์มลพิษต่ำ (Low Emission Mobility) ซึ่งรวมถึงรถ EV และไฮบริด สร้างรายได้ 789 ล้านบาท
- บริษัทตั้งเป้าลดการพึ่งพาธุรกิจถ่านหิน โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ (Non-Coal) ให้เป็น 50% ภายในปี 2573
นางสาวปณิตา ควรสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี จำกัด (มหาชน) หรือ AGE เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,234 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 102.4 ล้านบาท โดยมีการกระจายแหล่งรายได้ใน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ประกอบด้วย
ธุรกิจถ่านหิน (Coal Business) รายได้ 1,938 ล้านบาท ปริมาณขาย 0.84 ล้านตัน โดยในปีนี้ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน
ธุรกิจโลจิสติกส์ (Smart Logistics) รายได้ 109 ล้านบาท เดินหน้าขยายฐานลูกค้าภายนอก พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารคลังสินค้าและท่าเรืออย่างต่อเนื่อง
ธุรกิจพลังงานยั่งยืน (Sustainable Energy) รายได้ 398 ล้านบาท โดยในปี 2569 บริษัทฯ เดินหน้าปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ ทั้งในส่วนการขายสินค้า ระบบขนส่ง และการใช้พลังงานภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง
ธุรกิจ Low Emission Mobility รายได้ 789 ล้านบาท เติบโตจากยอดจำหน่ายรถ EV และ Hybrid รวมถึงรายได้จากศูนย์บริการและธุรกิจเช่ารถ EV Taxi โดยปัจจุบันดำเนินธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ในตลาดรถไฟฟ้าและไฮบริด ร่วมกับ 5 พันธมิตรแบรนด์รถยนต์ และมี 11 โชว์รูม ภายใต้แบรนด์ Omoda & Jaecoo, Zeekr, GWM, Chery และ Mitsubishi Motors
ตั้งเป้ารายได้ 4 ธุรกิจ 1.75 หมื่นล้าน
โดยในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าปริมาณการขายถ่านหินที่ 4 ล้านตัน รวมถึงตั้งเป้ามีรายได้รวมจากทั้ง 4 ธุรกิจหลักอยู่ที่ 17,500 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ (Non-Coal) อย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสัดส่วน 50:50 ภายในปี 2573
ในส่วนของทิศทางธุรกิจในปี 2569 นั้น แม้ว่าในปีนี้จะยังมีความไม่แน่นอน ทั้งจากสถานการณ์ราคาพลังงานและภาวะเศรษกิจโลก บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน รวมทั้งเดินหน้าขยายธุรกิจทั้งในส่วนของธุรกิจถ่านหิน และธุรกิจยานยนต์มลพิษต่ำ (Low Emission Mobility) รวมทั้งการปรับกลยุทธ์บริหารกลุ่ม Sustainable Energy อย่างต่อเนื่อง
สำหรับโครงการ “Jump+” มีการติดตั้งแผง Solar Rooftop ซึ่งได้ติดตั้งเสร็จในช่วงไตรมาส 1/69 ทำให้ในปัจจุบันบริษัทฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 972.36 kWp อีกทั้งยังมีการทยอยเปลี่ยนเครื่องมือหนักมาใช้ระบบไฟฟ้าแทนเครื่องมือหนักที่ใช้น้ำมันเพื่อช่วยลดต้นทุนด้านเชื้อเพลิงและสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่มบริษัทในระยะยาว







