
ทอง COMEX ดีดแตะ 4,800 ดอลลาร์ รับความกังวลสงคราม–เงินเฟ้อ
ราคาทองฟื้นตัวใกล้ 4,800 ดอลลาร์ หลังสัญญาณการทูตกลับมา นักลงทุนติดตามเส้นตายหยุดยิง 21 เม.ย. และแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐ
KEY
POINTS
- ราคาทองคำล่วงหน้าในตลาด COMEX ปรับตัวขึ้นเกือบแตะระดับ 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ปัจจัยหนุนมาจากการที่นักลงทุนมีความหวังว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถหาทางออกทางการทูตเพื่อยุติสงครามได้
- สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อ
ราคาทองฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ (14 เม.ย.69) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า อิหร่านต้องการทำข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าช่องทางการทูตยังคงเป็นทางออกเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ว่าการเจรจาสันติภาพของทั้งสองฝ่ายประสบความล้มเหลวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ณ เวลา 09.58 น.ตามเวลาไทย ราคาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ปรับตัวขึ้น 31.50 ดอลลาร์ หรือ 0.66% แตะที่ระดับ 4,798.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ปธน.ทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า คณะบริหารของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้รับสายโทรศัพท์จากอิหร่านเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ (13 เม.ย.) โดยอ้างว่าอิหร่าน "ต้องการทำข้อตกลงเป็นอย่างมาก" ขณะที่สื่อรายงานว่าสหรัฐฯ เองก็ส่งสัญญาณถึงความกระตือรือร้นในการบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งด้วยเช่นกัน
"เราได้รับการติดต่อจากอีกฝ่ายหนึ่ง" ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว และเสริมว่า "พวกเขาต้องการทำข้อตกลงเป็นอย่างมาก"
แม้ปธน.ทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยว่าสหรัฐฯ ตกลงที่จะเจรจาสันติภาพกับอิหร่านอีกรอบก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 เม.ย. หรือไม่ แต่สื่อหลายสำนักของสหรัฐฯ รายงานโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และแหล่งข่าวในภูมิภาคว่า ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่าน ต่างยังคงเปิดช่องไว้สำหรับการเจรจาเพิ่มเติม
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวของ CNN ในวันจันทร์ว่า สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงอยู่ระหว่างการเจรจา เนื่องจากทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามหาทางออกทางการทูตเพื่อยุติสงคราม โดย CNN ระบุว่า ตัวกลางจากปากีสถาน อียิปต์ และตุรกี กำลังพยายามฟื้นฟูการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงในปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 เม.ย.นี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความยืดเยื้อของสงคราม หลังจากที่ความขัดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อและอาจลดโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ แม้ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อ แต่เนื่องจากทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย จึงทำให้ทองคำมีความน่าดึงดูดน้อยลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง




