thansettakij
ทองตรุษจีนกลับมาคึกคัก รีบาวด์หลังร่วงแรง 21% คาดแกว่ง 71,300-77,240 บาท

ทองตรุษจีนกลับมาคึกคัก รีบาวด์หลังร่วงแรง 21% คาดแกว่ง 71,300-77,240 บาท

17 ก.พ. 2569 | 08:15 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ก.พ. 2569 | 08:16 น.

โบรกประเมินราคาทองคำช่วงตรุษจีนฟื้นตัว จากแรงซื้อกลับหลังร่วงหนักก่อนหน้านี้ ให้กรอบ 71,300-77,240 บาท ชี้ทองคำส่อแววพุ่งแรงกว่าในอดีต ลุ้นทะยาน 86,000 บาท ตอกย้ำทองคำ เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่น่าลงทุน

KEY

POINTS

  • ตลาดทองคำช่วงตรุษจีนกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังราคาปรับตัวลงแรง โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ 71,300-77,240 บาท
  • ปัจจัยหนุนมาจากแรงซื้อที่กลับเข้ามาหลังราคาปรับฐานลงกว่า 21% ประกอบกับความต้องการทองคำเพื่อเป็นของขวัญและเพื่อการออมที่เพิ่มขึ้นสูงในช่วงเทศกาล
  • นักวิเคราะห์มองว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับการเก็งกำไรในระยะสั้น และการทยอยสะสมทองคำตั้งแต่ช่วงตรุษจีนไปจนถึงไตรมาสที่ 2

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาทองคำในช่วงตรุษจีนยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ 4,800-5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ คิดเป็นราคาทองไทยประมาณ 71,300-77,240 บาท (อิงอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่ 31.25 บาท) จากแรงซื้อกลับเข้ามาหลังราคาปรับตัวลงแรง

แม้ยังมีปัจจัยกดดันจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลต่อการเปลี่ยนตัวประธานเฟดคนใหม่ "เควิน วอร์ช" ที่อาจใช้นโยบายการเงินเข้มงวด ทำให้เฟดชะลอการปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้

ส่วนกลยุทธ์การลงทุนหลังราคาปรับตัวลงแรงกว่า 21% แนะนำการลงทุนในระยะสั้นเก็งกำไรในกรอบ 4,800-5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้าน 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

ขณะที่ในระยะยาวหากว่าราคาหลุดแนวรับ 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง มีโอกาสพักฐานใหญ่ โดยควรรอซื้อในกรอบ 3,900-4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองไทยที่ประมาณ 57,930-65,360 บาท

โดยปัจจัยเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม ได้แก่ ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าจากมาตรการควบคุมการซื้อขายทองคำออนไลน์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นบวกต่อราคาทองคำไทย ขณะที่ดอกเบี้ยสหรัฐฯ คาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 3.25-3.50% และปรับลดเพียง 2.25% กลางปี

ส่วนเงินเฟ้อสหรัฐฯ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 2.7-3.0% สูงกว่าเป้าหมาย 2% จากภาษีการค้าและต้นทุนสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้น 

ด้าน นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD กล่าวว่า แนวโน้มราคาทองคำในช่วงเทศกาลตรุษจีนกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง หลังจากพักฐานในช่วงที่ผ่านมา จากความต้องการทองคำเพื่อออมและมอบเป็นของขวัญมักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

โดยในบางปีราคาทองคำปรับตัวขึ้นสูงสุดกว่า 6.40% ภายใน 1 เดือนหลังเทศกาลตรุษจีน ทั้งนี้ ทางฝ่ายเชื่อว่าราคาทองตั้งแต่ช่วงตรุษจีนไปจนถึงไตรมาส 2 เป็นจังหวะที่เหมาะสมในการทยอยเก็บสะสม

โดยมองแนวรับสำคัญหลักๆคือ 4,600 และ 4,420 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งที่ระดับราคาดังกล่าวประเมินเป็นราคาทองคำไทยไว้เบื้องต้นที่ 68,000-65,000 บาท ขณะที่แนวต้านสำคัญคือ 5,400 และ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามลำดับ โดยประเมินเป็นราคาทองคำไทยไว้ที่ 79,000 และ 86,000 บาท  

ทั้งนี้ ระดับราคา 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีความเป็นไปได้มากขึ้นก็ต่อเมื่อเกิดปัจจัยเร่ง เช่น เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยมากกว่าคาด ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่อง หรือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยกระดับความรุนแรงขึ้น จนกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ