thansettakij
‘ดาวโจนส์’ 28 ม.ค 69 ปิดบวก 12.19 จุด หลังเฟดคงดอกเบี้ย-ไม่ส่งสัญญาณลด

‘ดาวโจนส์’ 28 ม.ค 69 ปิดบวก 12.19 จุด หลังเฟดคงดอกเบี้ย-ไม่ส่งสัญญาณลด

29 ม.ค. 2569 | 01:00 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ม.ค. 2569 | 02:02 น.

ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 12.19 จุด หลังธนาคารกลางสหรัฐฯคงดอกเบี้ยตามตลาดคาดการณ์ และไม่ได้ส่งสัญญาณการปรับลดในอนาคต

KEY

POINTS

  • ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดบวก 12.19 จุด ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75%
  • เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยให้เหตุผลว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงและเศรษฐกิจยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
  • เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ย้ำว่าการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในอนาคตจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเป็นหลัก และยังคงมีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น
  • นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ แต่อาจจะเริ่มปรับลดในการประชุมเดือนมิถุนายน

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันพุธ (28 ม.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด และไม่ได้ส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตแต่อย่างใด

  • ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 49,015.60 จุด เพิ่มขึ้น 12.19 จุด หรือ +0.02%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,978.03 จุด ลดลง 0.57 จุด หรือ -0.01% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,857.45 จุด เพิ่มขึ้น 40.35 จุด หรือ +0.17%

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีมติ 10 ต่อ 2 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธ สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด 

โดยสมาชิก FOMC จำนวน 10 รายลงมติคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ 2 รายโหวตสวนมติดังกล่าว โดยสตีเฟน มิแรน และคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ โหวตให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้

‘ดาวโจนส์’ ปิดบวก 12.19 จุด หลังเฟดคงดอกเบี้ย-ไม่ส่งสัญญาณลด

ในแถลงการณ์หลังการประชุมนั้น เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตแต่อย่างใด โดยระบุว่าในการพิจารณาขอบเขตและช่วงเวลาที่เหมาะสมของการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมต่อกรอบเป้าหมายของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ทางคณะกรรมการจะทำการประเมินข้อมูลที่เข้ามา รวมทั้งแนวโน้มที่เปลี่ยนแปลงไป และดุลยภาพของความเสี่ยงอย่างรอบคอบ

อย่างไรก็ดี เฟดระบุในแถลงการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ส่วนตลาดแรงงานส่งสัญญาณถึงความมีเสถียรภาพ โดยเฟดได้ตัดข้อความจากแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า การจ้างงานมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเผชิญภาวะขาลงออกไปจากแถลงการณ์ล่าสุด

นอกจากนี้ ในระหว่างการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ใช้ความระมัดระวังที่จะไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยในอนาคต โดยระบุว่าการพิจารณาของเฟดจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเป็นหลัก อีกทั้งพาวเวลกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าเงินเฟ้อมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวสูงขึ้น และความเสี่ยงที่การจ้างงานจะอยู่ในภาวะขาลงนั้น ได้ลดน้อยลงแล้ว

อย่างไรก็ตาม หลังเสร็จสิ้นการประชุมเฟดและการแถลงข่าวของพาวเวล นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย. แต่จะไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยก่อนหน้านั้น

หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลง 0.92% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 0.78% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 0.74% และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น 0.62%

สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Texas Instruments พุ่งขึ้น 9.94% หลังจากบริษัทผลิตชิปรายนี้เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์รายได้และกำไรในไตรมาส 1/2569 ที่สูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ขณะที่หุ้น AT&T พุ่งขึ้น 4.6% หลังจากบริษัทเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์กำไรที่สูงกว่าคาดเช่นกัน