
ว่าที่ รมช.คลัง เตือนจับตาเงินร้อนไหลเข้าไทยดันบาทแข็งเกินดุล
ว่าที่ รมช.คลังครม.อนุมิน 1 ออกโรงเตือนจับตาเงินร้อนไหลเข้าไทยเร็วกว่าคาด ทำให้บาทแข็งจนเกินดุล หลังเฟดลดดอกเบี้ยครั้งแรกของปี
KEY
POINTS
- ว่าที่ รมช.คลัง เตือนให้จับตาเงินทุนไหลเข้า (เงินร้อน) หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ลดดอกเบี้ย ซึ่งทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยแคบลง
- นักลงทุนต่างชาติอาจย้ายเงินทุนมาหาผลตอบแทนในตลาดเกิดใหม่ เช่น ตลาดพันธบัตรและหุ้นไทย ส่งผลให้เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น
- การแข็งค่าของเงินบาทที่มากเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการดูแลเสถียรภาพ
นายวรภัค ธันยาวงศ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า ให้จับตาเงินร้อนที่อาจไหลเข้ามาเร็วกว่าที่คิด และทำให้ค่าเงินบาทแข็งจนเกินดุล
หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) ลดดอกเบี้ย 0.25% ครั้งแรกของปี และส่งสัญญาณว่าจะมีการลดอีก 2 ครั้งภายในปีนี้ ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (interest rate differential) ระหว่างไทย-สหรัฐฯ แคบลง
นักลงทุนต่างชาติ อาจมองหาผลตอบแทนในตลาดเกิดใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะพันธบัตรไทย และตลาดทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ซึ่งอาจส่งผลให้เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าเพิ่ม จากกระแสเงินทุนไหลเข้า ทั้งในพันธบัตร และหุ้น
แต่ถ้าเฟดลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง ขณะที่เงินเฟ้อสหรัฐยังอยู่เหนือ 2% ความผันผวนค่าเงินดอลลาร์อาจสูงขึ้น ทำให้เงินบาทเหวี่ยงแรงได้ทั้งแข็งและอ่อนตามกระแส risk-on/risk-off
สำหรับไทย จึงเป็นโจทย์สำคัญของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่าจะใช้ smoothing operations อย่างไร เพื่อไม่ให้เงินบาทแข็งค่าจนกระทบผู้ส่งออก และการท่องเที่ยว






