
“GULF” ทุ่ม 1,100 ล้านซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าขยะอุตฯ 12 โครงการจาก ETC
“GULF” ทุ่มเงินกว่า 1,100 ล้านบาทซื้อหุ้นโรงไฟฟ้าขยะอุตฯ 12 โครงการจาก ETC และหุ้นจาก BWG ในโรงงานผลิตเชื้อเพลิงแข็งจากขยะอุตสาหกรรม
นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) เปิดเยว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2568 บริษัทย่อยคือ กัลฟ์ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี โฮลดิ้งส์ (GWTE) ได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมในโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม และโรงงานผลิตเชื้อเพลิงแข็งจากขยะ
อุตสาหกรรมที่บริษัท เอิร์ธ เท็ค เอนไวรอนเมนท์ (ETC) ถือในโครงการโรงไฟฟ้าชยะอุตสาหกรรม และชื่อหุ้นทั้งหมดที่บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG) ถือในโครงการโรงงานผลิตเชื้อเพลิงแข็งจากขยะอุตสาหกรรม มูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,100 ล้านบาท ส่งผลให้โครงการทั้งหมดเป็นบริษัทย่อยของ GWTE
สำหรับโครงการที่เข้าลงทุน ได้แก่
- 1)โครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมภายใต้บริษัท เก็ท กรีน พาวเวอร์ จำนวน 10 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 80 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งเดิม GWTE และ ETC ถือหุ้นเท่ากันในสัดส่วน 50% เป็น GWTE ถือหุ้นทั้งหมด 100%
- โครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมภายใต้บริษัท ซันเทคอินโนเวชั่น พาวเวอร์ จำนวน 2 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 16 MW ซึ่งเดิม GWTE,ETC และบริษัท เวสท์เทค เอ็กซ์โพเนนเชียล (WTX) ถือหุ้นในสัดส่วน 34% ,33% และ 33% ตามลำดับ เป็น GWTE และ WTX ถือหุ้นในสัดส่วน 67%และ 33% ตามลำดับ
- โรงงานผลิตเชื้อเพลิงแข็งจากขยะอุตสาหกรรมภายใต้บริษัท เซอร์คูลาร์ แคมป์ จำนวน 3 โครงการ ซึ่งเดิม GWTE และ BWG ถือหุ้นเท่ากันสัดส่วน 50% เป็น GWTE ถือหุ้น ทั้งหมด 100%
บริษัทฯ เล็งเห็นศักยภาพในการเติบโตของโครงการในระยะยาว และเชื่อมั่นว่าการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในครั้งนี้จะช่วย เสริมสร้างความคล่องตัวในการบริหารจัดการโครงการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมทั้งหมด 12 โครงการ ได้ลงนามในสัญญาชื่อขายไฟฟ้ากับ กฟภ. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570
ส่วนโครงการโรงงานผลิตเชื้อเพลิงจากขยะอุตสาหกรรม มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปีเดียวกัน
ทั้งนี้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติเห็นชอบหลักการการรับซื้อไฟฟ้าและอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากขยะ
อุตสาหกรรมในรูปแมน Fคลd in Tariff (FiT) ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (PDP2018 Rev.1) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดของประเทศ
สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของบริษัทกัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ ในการเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการปล่อยก๊าชเรือนกระจกและมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ควบคู่กับการบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการสร้างมูลค่าเพิ่มจากของเสีย ตลอดจนสนับสนุนนแนวนโยบายของภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว (Bio Circular Green Economy: BCG)






