thansettakij
thansettakij
ค่าเงินบาทปิดตลาดวันที่ 19ก.ค.ที่ระดับ 36.27 บาทต่อดอลลาร์

ค่าเงินบาทปิดตลาดวันที่ 19ก.ค.ที่ระดับ 36.27 บาทต่อดอลลาร์

19 ก.ค. 67 | 12:02 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ก.ค. 67 | 12:09 น.

ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงตามแรงขายทำกำไรทองคำในตลาดโลก ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวกลับมาตามทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐ  กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้า 22-26 ก.ค. ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 36.00-36.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ

เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 36.27 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 35.97 บาทต่อดอลลาร์ฯ  

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทอ่อนค่าลงตามแรงขายทำกำไรทองคำในตลาดโลก ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวกลับมาตามทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ประกอบกับน่าจะมีแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ

ท่ามกลางแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ในช่วงปลายสัปดาห์ด้วยเช่นกัน สำหรับทิศทางฟันด์โฟลว์ในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 278 ล้านบาท แต่มีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows  ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 2,655 ล้านบาท 

ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 19 กรกฎาคม 2567 จากเว็บไซต์ ธปท. อยู่ที่ -27.08 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ -23.84 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) 

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้า (22-26 ก.ค.) ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 36.00-36.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกเดือนมิ.ย. ของไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์สกุลเงินในภูมิภาค และประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และอัตราเงินเฟ้อที่วัดจากดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือนมิ.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นและตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อในมุมมองของผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนก.ค. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2567 (advanced) และ

จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามการกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของธนาคารกลางจีน และดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ (เบื้องต้น) เดือนก.ค. ของญี่ปุ่น ยูโรโซน อังกฤษและสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน