thansettakij
thansettakij
หุ้นกู้ ORI ล็อตใหม่ ดอกเบี้ย 4.40-4.60% ต่อปี เปิดขาย 6-10 ก.ค.นี้

หุ้นกู้ ORI ล็อตใหม่ ดอกเบี้ย 4.40-4.60% ต่อปี เปิดขาย 6-10 ก.ค.นี้

26 มิ.ย. 66 | 19:02 น.

บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) ออกหุ้นกู้ล็อตใหม่ 2 รุ่น อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.40% และ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.60% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เสนอขาย 6-7 และ 10 ก.ค. นี้ ผ่าน 8 สถาบันการเงิน

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า บริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) และ/หรือลงทุนสถาบัน โดยหุ้นกู้ที่ออกจำหน่ายครั้งนี้มี 2 รุ่น ได้แก่

  • รุ่นอายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.40% ต่อปี
  •  รุ่นอายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.60% ต่อปี

จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ ราคาเสนอขายหน่วยละ 1,000 บาท จองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท 
 

โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่นี้ไปชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนด และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายกิจการของบริษัทต่อไป เสนอขายระหว่างวันที่ 6-7 และ 10 ก.ค. 2566 ผ่านสถาบันการเงินซึ่งเป็นผู้จัดการการจำหน่ายทั้ง 8 แห่ง ได้แก่

  • ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
  • ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)
  • บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
  • บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด
  •  บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด
  •  บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด
  • บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน)

ผ่านสาขา ระบบออนไลน์ และแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือของธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และ บล. เกียรตินาคินภัทร
 

หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 66 ที่ระดับ “BBB+” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” ซึ่งเป็นระดับลงทุนได้หรือ Investment Grade เนื่องจากออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เป็นผู้นำในพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีความแข็งแกร่งจากมูลค่ายอดขายที่รอรับรู้เป็นรายได้จำนวนมากที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และกำไรของบริษัทได้ โดย ณ วันที่ 31 มี.ค. 2566 บริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) สูงถึง 44,221 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ระหว่างปี 2566 – 2570