
5 ประเด็นสำคัญ ชี้ทิศทาง "การลงทุน" สัปดาห์หน้า
InnovestX ชี้ 5 ประเด็นสำคัญ กำหนดทิศทางการลงทุน หุ้นไทย ไทม์ไลน์ 20-24 มีนาคมนี้ แนะจับตา ผลการประชุม FOMC ของเฟด จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ ท่ามกลาง ปัญหาปั่นป่วน จากกรณี แบงก์ล้ม ทั้งในสหรัฐ และ ยุโรป คืนนี้ลุ้นทางออก ของธนาคารเครดิตสวิส (CS)
19 มีนาคม 2566 - InnovestX ธนาคารไทยพาณิชย์ แนะนักลงทุน จับตา “5 ประเด็นสำคัญ” ที่จะเป็นปัจจัยเสี่ยง มีผลกระทบต่อการลงทุนในสัปดาห์หน้า 20-24 มีนาคม 2566 ดังนี้
- การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐ (FOMC : Federal Open Market Committee) ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ จะปรับคาดการณ์เศรษฐกิจและเงินเฟ้อเป็นเช่นไรและมีมุมมองต่อวิกฤตธนาคารล่าสุดเป็นเช่นไร
- ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐ
- ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐ
- ตัวเลขเงินเฟ้อ (ม.ค. อยู่ที่ 10.1%) และการประชุม ธ. กลางอังกฤษ (25bps ไปสู่ 4.25%) และ
- ดัชนี PMI เบื้องต้นสหรัฐและยุโรป
ขณะคืนนี้ รอลุ้นผลการเจรจา เพื่อแก้ไขปัญหาความอยู่รอดของธนาคารเครดิตสวิส (CS) แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าการแก้ปัญหาจะต้องมีทางออกที่ชัดเจนก่อนการเปิดตลาดในวันจันทร์นี้
ทั้งนี้มีกระแสข่าวว่าผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นบางส่วนของ CS ได้นำเสนอเเผนการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่รวมถึงการตัดขายธุรกิจบางส่วนเพื่อเรียกความเชื่อมั่น อย่างไรก็ดีทางเลือกที่เสนอนี้ดูเหมือนจะมีทางออกที่จะสร้างความมั่นใจให้กับตลาดได้มากนัก
แนวทางที่เป็นไปได้มากที่สุดในตอนนี้คือการให้ UBS เข้าซื้อกิจการทั้งหมด หรือบางส่วนของ CS โดย ข้อต่อรองที่สำคัญจากฟากฝั่ง UBS มีอยู่หลายประการ เช่น การเรียกร้องให้ทางการสวิสร่วมรับผิดชอบหากมีความเสียหายเกิดขึ้นจากดีลดังกล่าว โดย UBS เองก็มีความสนใจในธุรกิจของ CS เพียงบางส่วน เช่น Wealth management และ Asset management ซึ่ง UBS มองว่าเป็นกลุ่มธุรกิจสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของตนเอง
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ดีลดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้จริง ทางการสวิสเองก็มีเรื่องที่ต้องเร่งพิจารณา เช่น การยกเว้นเกณฑ์บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิออกเสียง อย่างไรก็ดีเรื่องการมีอำนาจเหนือตลาดหากมีการควบรวมกันจริงๆ ก็เป็นประเด็นที่ต้องมีการพิจารณาอย่างรอบครอบ
Beat Wittmann ประธานและหุ้นส่วนของ Porta Advisors บริษัทที่ปรึกษาของสวิสกล่าวว่าเขาคาดว่าจะมีการประกาศการควบรวมกิจการก่อนเปิดตลาดในวันจันทร์
“หากการเจรจาในสุดสัปดาห์นี้ไม่ประสบผลสำเร็จ คาดว่าราคาหุ้นของ CS จะได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากราคาสัญญาแลกเปลี่ยนเครดิตที่ผิดนัดชำระ (Credit Default Swaps Price) ที่เพิ่มสูงขึ้น, คู่สัญญาของธนาคารหลายแห่งที่งดการทำธุรกรรมกับ CS, การไหลออกของสินทรัพย์ของลูกค้า และแรงกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแลระหว่างประเทศในนิวยอร์ก ลอนดอน และ แฟรงค์เฟิร์ต”
ที่มา : InnovestX






