thansettakij
thansettakij
‘เงินติดล้อ’ กำไรพุ่ง เบี้ยประกันวินาศภัยโตโดดเกือบ 50%

‘เงินติดล้อ’ กำไรพุ่ง เบี้ยประกันวินาศภัยโตโดดเกือบ 50%

10 พ.ย. 65 | 12:37 น.
อัปเดตล่าสุด :10 พ.ย. 65 | 20:11 น.

‘เงินติดล้อ’ คว้ากำไรไตรมาส 3 ที่ 901 ล้านบาท เติบโตกว่า 10% จากปีก่อนหน้า พอร์ตสินเชื่อทะเบียนรถขยายตัวต่อเนื่อง เบี้ยประกันวินาศภัยโตโดดเด่นเกือบ 50% วางกลยุทธ์ออกบัตรติดล้อและเพิ่มสาขาตามแผน ดันผลงาน Q4 ตามเป้าหมาย

นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 3 รายได้รวมอยู่ที่ 3,930 ล้านบาท เติบโต 34.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 8.7% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนกำไรสุทธิ 901 ล้านบาท เติบโต 10.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยพอร์ตสินเชื่อจำนำทะเบียนรถและธุรกิจนายหน้าประกันภัยเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับเป้าหมายอัตราเติบโตที่วางไว้ 23 – 28% และ 30 - 35% ตามลำดับ ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปีนี้ มีรายได้รวม 10,907 ล้านบาท เติบโต 25.0% และมีกำไรสุทธิ 2,823 ล้านบาท เติบโต 18.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  

จากการจัดแคมเปญบัตรติดล้อสำหรับลูกค้าสินเชื่อจำนำทะเบียนรถในกลุ่มรถยนต์และรถกระบะ และภาพรวมเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว ขณะที่อัตราเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในไตรมาส 2 จาก 1.39% มาอยู่ที่ 1.52% ซึ่งอยู่ในระดับที่ควบคุมได้และเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ในอัตราไม่เกิน 2% ทำให้พอร์ตสินเชื่อในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนแรกของปีนี้ ปัจจุบันมีจำนวนบัตรติดล้อที่ออกให้แก่ลูกค้าแล้วกว่า 446,000 ใบ

ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 กำไรสุทธิยังคงระดับที่ 900 ล้านบาท เติบโตได้ดีจากปีที่ผ่านมา แม้จะมีการตั้งสำรองหนี้สูงถึง 270 ล้านบาท อีกทั้งยังสามารถคงอัตราเอ็นพีแอล หรือ อัตราหนี้เสีย ได้ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับคู่แข่งและกลุ่มธุรกิจการเงินและหลักทรัพย์ 

 

ปริมาณการกดเงินสดตามวงเงินสินเชื่อที่ได้รับผ่านบัตรติดล้อเติบโตต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจนายหน้าประกันภัย มีค่าเบี้ยประกันวินาศภัยสูงถึง 1,642 ล้านบาท เติบโตเพิ่มเกือบ 50% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ล่าสุด ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ในแอปพลิเคชันเงินติดล้อ ให้ลูกค้าสามารถต่ออายุประกันได้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน เป็นการเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า พร้อมกับลดต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทอีกทางหนึ่ง 

สำหรับไตรมาส 4 บริษัทฯ ยังคงขยายสาขาเพิ่ม มากกว่าเป้าเดิมที่ตั้งไว้ 300 สาขา จากปัจจุบันมีทั้งหมด 1,574 สาขา ขณะเดียวกันจะมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและเงินทุนเพื่อต่อยอดการดำเนินธุรกิจ รวมถึงขยายธุรกิจนายหน้าประกันภัย ด้วยการนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลมาปรับใช้เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า 

 

บริษัทฯ จัดโครงสร้างทางการเงินด้วยการกระจายแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงออกตราสารหนี้ในระดับที่เหมาะสม สอดคล้องกับค่าเฉลี่ยอายุของลูกหนี้ในแต่ละช่วง รวมถึงรักษาส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยเพื่อสร้างผลกำไรอย่างยั่งยืนและรับมือกับทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น 

 

ส่วนกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามากำกับดูแลสินเชื่อเช่าซื้อ และการจัดระเบียบเพดานอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อโดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จะไม่กระทบกับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ เนื่องจากพอร์ตรายได้หลักมาจากสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน