
CBG-OSP-MEGA กอดคอร่วง! เมียนมาประกาศระงับชำระหนี้ตปท.
"CBG-OSP-MEGA" กอดคอร่วงเปิดซื้อขายเช้านี้ รับ Sentiment ลบหลังแบงก์ชาติเมียนมา ออกคำสั่งระงับบริษัทเอกชนจ่ายหนี้ต่างประเทศ โบรกฯ มองผลกระทบจำกัด เหตุรายได้ธุรกรรมในเมียนมามีน้อย แนะเป็นจังหวะเข้าสะสมหุ้นย่อตัว
ผู้สื่อข่าวรายงาน การซื้อขายหุ้นไทยเมื่อเวลา 11.20 น.วันนี้ (19 ก.ค.65 )
- CBG ปรับลง 4.50% หรือลดลง 5.00 บาท มาที่ 106 บาท มูลค่าซื้อขาย 816.65ล้านบาท
- OSP ปรับลง 3.70% หรือลดลง 1.25 บาท มาที่ 32.50 บาท มูลค่าซื้อขาย 502.39 ล้านบาท
- MEGA ปรับลง 1.58% หรือลดลง 0.75 บาท มาที่ 46.75 บาท มูลค่าซื้อขาย 181.76 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า เมียนมาห้ามชำระเงินกู้ต่างประเทศ และห้ามนำเข้าสินค้าไม่จำเป็นบางรายการ แต่ยังอนุญาตให้ใช้เงินบาทและหยวนตามชายแดน โดยที่ผ่านมารัฐบาลเมียนมาออกมาตรการที่เป็นอุปสรรคต่อการค้ามาโดยตลอด ทำให้หุ้นที่มีธุรกิจในเมียนมาอย่าง OSP CBG TVO MEGA ถูกกดดันจาก Sentiment ลบ
อย่างไรก็ตาม ประเมินผลกระทบจำกัด บมจ.โอสถสภา (OSP) ที่มีรายได้ราว 8-10% ขายเป็นจ๊าดและมีโรงงานผลิตในเมียนมา แต่มีหนี้เป็นดอลลาร์ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ อยู่ระหว่างติดตามข้อมูล
บมจ.คาราบาว กรุ๊ป (CBG) มีรายได้จากเมียนมา 10% และซื้อขายเป็นเงินบาท
ส่วน บมจ. เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ (MEGA) ขายเป็นเงินจ๊าดและสามารถปรับราคาขึ้นตามตกลงในสัญญาซึ่งเป็นสกุลดอลลาร์ และไม่มีหนี้ดอลลาร์ การปรับลงของราคาจึงเป็นจังหวะ "ซื้อลงทุน"
ด้าน บล.เคทีบีเอสที ระบุว่ากรณีที่ธนาคารกลางเมียนมา ออกคำสั่งให้บริษัท และผู้กู้ยืมเงินรายย่อยระงับการชำระคืนหนี้เงินกู้ต่างประเทศ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยไว้ก่อน เพื่อรักษาปริมาณทุนสำรองเงินตราต่างประเทศที่ลดลงนั้น
ฝ่ายวิจัย ฯ มองเป็นกลางในประเด็นดังกล่าว เพราะบริษัทไทยส่วนใหญ่ที่ประกอบธุรกิจในเมียนมาไม่มีหนี้เป็นสกุลเงินต่างประเทศ จึงส่งผลกระทบจำกัด ต่อผลประกอบการของบริษัทฯ ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาเป็นจังหวะให้เข้าสะสม
โดยยังแนะนำซื้อ MEGA (ซื้อ/เป้า 67.00 บาท) จากแนวโน้มกำไรที่จะทำสถิติสูงสุดใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 2/65 เป็นต้นไป ได้อานิสงส์ค่าเงินบาทอ่อน และผู้บริโภคที่ health conscious มากขึ้นหนุนการเติบโต
OSP (ถือ/ เป้า 37.00 บาท) มีสัดส่วนรายได้จากเมียนมา อยู่ที่ 10% ของรายได้รวม โดยมีโรงงานผลิตเครื่องดื่มในเมียนมา ทั้งนี้ OSP มีรายรับและรายจ่ายเป็นจ๊าด ซึ่งบริษัทฯยืนยันที่จะทำตามนโยบายแบงก์ชาติเมียนมา
CBG (ถือ/ เป้า 107.00 บาท) มีสัดส่วนรายได้จากเมียนมาอยู่ที่ 10% ของรายได้รวม โดยการซื้อขายเป็นเงินบาท การส่งออกสินค้าไปเมียนมายังดำเนินการได้ตามปกติ มองว่า CBG ได้รับผลกระทบจำกัด สำหรับธุรกิจในเมียนมาไม่มีเงินกู้เป็นสกุลเงินต่างประเทศ
สำหรับบริษัทที่มีผลการดำเนินธุรกิจในเมียนมา แต่สัดส่วนรายได้ไม่มีนัยสำคัญ ได้แก่ ได้แก่ AEONTS (ซื้อ/ เป้า 200.00 บาท), AMATA (ซื้อ/ เป้า 23.50 บาท),CPF (ซื้อ/ เป้า 30.00 บาท) , TVO (ถือ/ เป้า 33.50 บาท), PTTEP (ซื้อ/ เป้า 190.00 บาท) และ SCC (ซื้อ/เป้า 440.00 บาท)







