
ค่าเงินบาทวันนี้ปิดตลาด “อ่อนค่า”ที่ 35.48 บาท/ดอลลาร์ฯ
ค่าเงินบาทระหว่างวันวันนี้ “อ่อนค่า”ไปแตะ 35.57 บาท/ดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบประมาณเกือบ 5 ปีครึ่ง นับตั้งแต่ม.ค. 2560 -กรอบการเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 27มิ.ย.-1 ก.ค.2565 คาดไว้ที่ 35.25-35.85 บาท/ดอลลาร์ฯ
ค่าเงินบาทแกว่งตัวในกรอบอ่อนค่า ก่อนจะกลับมาปิดตลาดในประเทศที่ 35.48 บาทต่อดอลลาร์ฯ ใกล้เคียงระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 35.51 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า ระหว่างวัน เงินบาทอ่อนค่าไปแตะ 35.57 บาทต่อดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดนับตั้งแต่ม.ค. 2560 หรืออ่อนค่าสุดในรอบประมาณเกือบ 5 ปีครึ่ง
เงินบาทยังคงมีปัจจัยลบจากสัญญาณขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย และแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ ในประเทศ แต่กรอบการอ่อนค่าของเงินบาทเริ่มจำกัดลง หลังจากนักลงทุนเริ่มกังวลเกี่ยวกับโอกาสการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยและมีการเทขายเงินดอลลาร์ฯ ออกมาบางส่วน
สำหรับทิศทางฟันด์โฟลว์ในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย 1,145.32 ล้านบาท และ 636 ล้านบาท ตามลำดับ
ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 24 มิถุนายน 2565 โดยธปท. อยู่ที่ -16.32 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ -13.01 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่27มิย.-1ก.ค.2565 คาดไว้ที่ 35.25-35.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สัญญาณไหลออกของเงินทุนต่างชาติ และรายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนพ.ค.ของไทย
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดัชนี ISM/PMI ภาคการผลิตเดือนมิ.ย. ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนพ.ค. ดัชนีราคาบ้านเดือนเม.ย. รายได้/รายจ่ายส่วนบุคคล
และอัตราเงินเฟ้อจาก PCE/Core PCE Price Index เดือนพ.ค. จีดีพีไตรมาส 1/65 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามข้อมูลกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค. อัตราเงินเฟ้อเดือนมิ.ย. ของยูโรโซน และดัชนี PMI เดือนมิ.ย. ของจีนด้วยเช่นกัน







