
"สงครามรัสเซีย-ยูเครน"ทุบหุ้นไทยเช้าดิ่งหนัก 43 จุด
หุ้นไทยดิ่งหนัก 43.22 จุด ก่อนดัชนี SET ปิดที่ 1,637.93 จุด ลดลง 33.79 จุด หรือ-2.02% มูลค่าการซื้อขายกว่า 6.9 หมื่นล้านบาท สงครามรัสเซีย-ยูเครน กดดัน ด้านประธาน FETCO "ไพบูลย์" มองกระทบระยะสั้นตาม Sentiment มั่นใจระยะกลางถึงยาว หุ้นไทยยังเป็นขาขึ้น
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปิดช่วงเช้าวันนี้ (7มี.ค.65 ) ที่ระดับ 1,637.93 จุด ลดลง 33.79 จุด หรือ -2.02% มูลค่าการซื้อขาย 69,437.46 ล้านบาท โดยดัชนีหุ้นไทยทำระดับสูงสุด 1,655.19 จุด และระดับต่ำสุด1,628.50 จุด หรือลดลงถึง 43.22 จุด
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยระยะสั้นคาดจะปรับลงตามตลาดหุ้นทั่วโลก หากมีการถล่มขายหุ้น นักลงทุนต้องปรับน้ำหนักลงทุนตลาดหุ้นไทย ตามสัดส่วนตลาดหุ้นอื่นที่ลดลง
อย่างไรก็ดี ความเคลื่อนไหวของดัชนีระยะสั้นไม่ได้ถูกกำหนดด้วยปัจจัยพื้นฐานของหุ้นในตลาด เป็นเพียง Sentiment แต่ในระยะกลางถึงยาวยังเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยเป็นขาขึ้น และปลายปีน่าจะให้ผลตอบแทนที่ดี เนื่องจากผลกระทบจากสงครามรัสเซียกับยูเครนอยู่ในวงจำกัด รวมถึงรัฐบาลยังมีช่องวางในการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ในระยะสั้นแนะนำใช้ความระมัดระวังไม่รีบร้อนลงทุน ส่วนนักลงทุนระยะกลางถึงยาว ยังแนะนำถือหุ้นไทย โดยสัดส่วนการลงทุนระหว่างสินทรัพย์เสี่ยงและสินทรัพย์ปลอดภัยขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่นักลงทุนแต่ละคนรับได้
5 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดได้แก่
- PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 3,848.21 ล้านบาท ปิดที่ 154.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท
- KBANK มูลค่าการซื้อขาย 3,281.09 ล้านบาท ปิดที่ 155.00 บาท ลดลง 6.00 บาท
- PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,744.00 ล้านบาท ปิดที่ 38.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
- SCC มูลค่าการซื้อขาย 2,294.80 ล้านบาท ปิดที่ 373.00 บาท ลดลง 8.00 บาท
- BANPU มูลค่าการซื้อขาย 2,024.10 ล้านบาท ปิดที่ 11.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท










