ทองคำนิวยอร์กปิดร่วงหนัก 35.9 ดอลล์ บอนด์ยีลด์พุ่งกดดัน

07 มกราคม 2565

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ร่วงลง 35.9 ดอลลาร์ หรือ 1.97% ปิดที่ 1,789.2 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังรายงานเฟดระบุจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์ก ปิดร่วงลงอย่างหนักในวันพฤหัสบดี (6 ม.ค.) โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมเดือนธ.ค. ซึ่งระบุว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ และจะเริ่มปรับลดขนาดงบดุล

 

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ร่วงลง 35.9 ดอลลาร์ หรือ 1.97% ปิดที่ 1,789.2 ดอลลาร์/ออนซ์
         

  • สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 98 เซนต์ หรือ 4.23% ปิดที่ 22.19 ดอลลาร์/ออนซ์
  • สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย. ร่วงลง 41.2 ดอลลาร์ หรือ 4.11% ปิดที่ 960.7 ดอลลาร์/ออนซ์
  • สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 28.70 ดอลลาร์ หรือ 1.5% ปิดที่ 1,873.90 ดอลลาร์/ออนซ์

โดยคณะกรรมการเฟดเปิดเผยรายงานการประชุมเดือน ธ.ค. ระบุว่า กรรมการเฟดสนับสนุนให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเวลาที่รวดเร็วขึ้น และสนับสนุนให้เฟดปรับลดขนาดของงบดุลหลังจากที่เริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า นอกจากเฟดจะลดวงเงินซื้อพันธบัตรในโครงการ QE แล้ว เฟดยังจะขายพันธบัตรที่ถือครองอยู่ออกมาเพื่อลดขนาดของงบดุลซึ่งขณะนี้พุ่งสูงกว่า 8 ล้านล้านดอลลาร์

 

การส่งสัญญาณเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือระดับ 1.75% และทำให้ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ดีดตัวขึ้น 0.16% แตะที่ 96.3169 เมื่อคืนนี้
 

ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ส่วนการแข็งค่าของดอลลาร์จะทำให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น