ดาวโจนส์ปิดร่วง 170 จุด กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น

06 มกราคม 2565

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 36,236.47 จุด ลดลง 170.64 จุด หรือ -0.47% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,696.05 จุด ลดลง 4.53 จุด หรือ -0.10% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,080.86 จุด ลดลง 19.31 จุด หรือ -0.13%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดลบเมื่อวันพฤหัสบดี ( 6 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยความกังวลดังกล่าวได้ฉุดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด เป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มธนาคารซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องพึ่งพาผลกำไรจากอัตราดอกเบี้ย ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นหลังจากราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นทะลุระดับ 80 ดอลลาร์
         

บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงได้รับแรงกดดันจากรายงานการประชุมเดือนธ.ค.ของเฟดซึ่งระบุว่า กรรมการเฟดสนับสนุนให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเวลาที่รวดเร็วขึ้น และสนับสนุนให้เฟดปรับลดขนาดของงบดุลหลังจากที่เริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า นอกจากเฟดจะลดวงเงินซื้อพันธบัตรในโครงการ QE แล้ว เฟดยังจะขายพันธบัตรที่ถือครองอยู่ออกมาเพื่อลดขนาดของงบดุลซึ่งขณะนี้พุ่งสูงกว่า 8 ล้านล้านดอลลาร์
 

หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มวัสดุร่วงลง 1.24% โดยหุ้นฟรีพอร์ท-แมคมอร์แรน ดิ่งลง 2.76% หุ้นนิวมอนท์ ร่วงลง 2.75% หุ้นอัลโค คอร์ป ลดลง 0.17% หุ้นซีลด์ แอร์ คอร์ป ลดลง 0.24%
         

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงและเป็นปัจจัยฉุดดัชนี Nasdaq ปิดลบอย่างต่อเนื่องหลังจากเฟดส่งสัญญาณเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยหุ้นเน็ตฟลิกซ์ ดิ่งลง 2.51% หุ้นไมโครซอฟท์ ลดลง 0.79% หุ้นแอปเปิล ร่วงลง 1.67% หุ้นอัลฟาเบท ลดลง 0.2%

 

อย่างไรก็ดี หุ้นเมตา แพลตฟอร์ม (เฟซบุ๊ก) พุ่งขึ้น 2.56% ซึ่งช่วยให้ดัชนี Nasdaq ลดช่วงลบในระหว่างวัน

ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารพุ่งขึ้น 1.6% หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือระดับ 1.75% ขานรับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา พุ่งขึ้น 2.01% หุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ พุ่งขึ้น 1.71% หุ้นเจพีมอร์แกน ปรับตัวขึ้น 1.06% หุ้นเวลส์ ฟาร์โก พุ่งขึ้น 2.54%
         

ดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 2.3% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหุ้นที่คำนวณในดัชนี S&P500 หลังจากราคาน้ำมัน WTI ดีดตัวขึ้นทะลุระดับ 80 ดอลลาร์/บาร์เรลเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นออกซิเดนเชียล ปิโตรเลียม พุ่งขึ้น 2.95% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน เพิ่มขึ้น 1.71% หุ้นเอ็กซอน โมบิล พุ่งขึ้น 2.37% หุ้นเชฟรอน เพิ่มขึ้น 0.85% หุ้นโคโนโคฟิลลิปส์ ทะยานขึ้น 3.75%
         

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 7,000 ราย สู่ระดับ 207,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 195,000 ราย
         

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผย ตัวเลขขาดดุลการค้าสหรัฐพุ่งขึ้น 19.4% สู่ระดับ 8.02 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.71 หมื่นล้านดอลลาร์ จากระดับ 6.72 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนต.ค.
         

ทั้งนี้นักลงทุนจับตากระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนธ.ค.ในวันนี้เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย ขณะที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของวอลล์สตรีท เจอร์นัลคาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนธ.ค.ของสหรัฐจะเพิ่มขึ้น 422,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. และอัตราว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 4.1%