"บ้านล้านหลัง เฟส 2" ดีเดย์เปิดยื่นกู้10 ก.ย.นี้ เช็กขั้นตอนลงทะเบียนที่นี่

10 กันยายน 2564

"บ้านล้านหลัง เฟส 2" เปิดลงทะเบียนยื่นขอกู้วงเงินสูงสุด 1.2 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยต่ำผ่อนปรน 1.99% ต่อปี คงที่ 4 ปี ดีเดย์ 10 ก.ย.นี้ เช็กขั้นตอนที่นี่ !

หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติกรอบวงเงินเพิ่ม 20,000 ล้านบาท ให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส.ได้ดำเนินการสานต่อโครงการ "บ้านล้านหลัง"ระยะที่ 2 มุ่งเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผู้ที่เริ่มต้นทำงานสร้างครอบครัว และผู้สูงอายุ ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ในวงเงินกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1.2 ล้านบาท 
โดยเปิดให้ลงทะเบียนผ่าน Mobile Application : GHB ALL เพื่อยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2564 เป็นต้นไปและทำนิติกรรมได้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2566 หรือก่อนเต็มกรอบวงเงินของโครงการ

 เงื่อนไข "บ้านล้านหลัง"เฟส 2  ผ่อนปรนเงื่อนไข สำหรับซื้อที่อยู่อาศัยในระดับราคาซื้อ-ขายไม่เกิน 1.2 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยคงที่ 4 ปีแรกเท่ากับ 1.99% ต่อปี ,ปีที่ 5-7 เท่ากับ MRR -2% ต่อปี และปีที่ 8 ถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป เท่ากับ MRR -0.75% ต่อปี กรณีลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR -1% ต่อปี และกรณีกู้เพื่อซื้ออุปกรณ์ฯ เท่ากับ MRR (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ของธนาคารอยู่ที่ 6.150% ต่อปี) ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี เงินงวดคงที่ 84 งวดแรก ( 7 ปี ) กรณีกู้ 1,200,000 บาท ผ่อนชำระงวดละ 5,000 บาท ในช่วง 84 งวดแรก โดยให้กู้เพื่อซื้อบ้าน หรือห้องชุด ทั้งที่เป็นที่อยู่อาศัยใหม่ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์บ้านมือสอง และทรัพย์ NPA ของธนาคาร 

พร้อมฟรี! ค่าธรรมเนียม 4 ประเภท ได้แก่

  • ค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ (0.1% ของวงเงินกู้)
  • ค่าประเมินราคาหลักประกัน (1,900-2,300 บาท)
  • ค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (1,000 บาท ต่อราย)
  • ค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนอง (1% ของวงเงินจำนอง)

"บ้านล้านหลัง เฟส 2" ดีเดย์เปิดยื่นกู้10 ก.ย.นี้ เช็กขั้นตอนลงทะเบียนที่นี่

ขั้นตอนลงทะเบียน"โครงการบ้านล้านหลัง ระยะ 2"

1. ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชั่น GHB ALL โดยสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS, Android และ Huawei

2. กดลงทะเบียนเพื่อรับรหัสเข้าร่วมโครงการ จากนั้นให้ทำตามขั้นตอนให้ครบถ้วน

3. จากจะได้รับรหัสเข้าร่วมโครงการผ่าน GBH Buddy จำนวน 9 ตัว (ตัวอักษร 3 ตัว และตัวเลข 6 ตัว)

4. นำรหัสไปยื่นกู้สินเชื่อที่สาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2564 เป็นต้นไป และทำนิติกรรมได้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2566 หรือก่อนเต็มกรอบวงเงินของโครงการ

เอกสารส่วนบุคคล

  • บัตรประจำตัวประชาชน/บัตรข้าราชการ
  • ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
  • สำเนาทะเบียนสมรส/ใบหย่า/ใบมรณะบัตร (ถ้ามี)
  • สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนคู่สมรส (ถ้ามี)

เอกสารทางการเงิน

พนักงานประจำ : ใบรับรองเงินเดือน/หนังสือผ่านสิทธิสวัสดิการ สลิปเงินเดือนหรือหลักฐานการรับเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน และสำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน (กรณีอาชีพประจำ)

ผู้ประกอบอาชีพอิสระ : สำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 12 เดือน/หลักฐานแสดงฐานะการเงินอื่น ๆ (พร้อมเอกสารฉบับจริง) สำเนาทะเบียนการค้า/ทะเบียนบริษัท/ห้างหุ้นส่วน หลักฐานการเสียภาษีเงินได้ รูปถ่ายกิจการ และสำเนาใบประกอบวิชาชีพ

เอกสารหลักประกัน

สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย/สัญญาวางมัดจำ/สัญญาเช่าซื้อการเคหะและหนังสือรับรองยอดคงเหลือ (กรณีซื้อ) 

หลักฐานการเป็นเจ้าของอาคาร

  • สำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดินฉบับกรมที่ดิน
  • สำเนาโฉนดที่ดิน/นส.3ก/หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด/อช.2 ทุกหน้า
  • ใบอนุญาตปลูกสร้าง/ต่อเติม

แบบแปลน

  • ใบประมาณการปลูกสร้าง/สัญญาว่าจ้างก่อสร้าง

ทั้งนี้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (Call Center) โทร 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข้อมูลข่าวสารของธนาคารได้ที่ Mobile Application : GHB ALL และ www.ghbank.co.th 

ที่มา : ธนาคารอาคารสงเคราะห์