
เปิดพอร์ต เสี่ยเจริญ 1ปีสินทรัพย์พุ่ง 3 หมื่นล้าน
AWC ดัน เสี่ยเจริญ-คุณหญิงวรรณา สิริวัฒภักดี ก้าวพรวด ติด Top10 เศรษฐีหุ้นไทย ปี 2563 พบถือหุ้นใหญ่เพียง 2 บริษัท ระยะเวลาเพียง 1 ปี มูลค่ารวม 92,454 ล้านบาท
อันดับเศรษฐีหุ้นไทยปี 2563 ที่ประกาศโดยวารสารการเงินธนาคาร ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่หดตัวลง จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 มาตั้งแต่ต้นปี ทำให้ภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวทรุดตัวลงอย่างหนัก ส่งผลมายังตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีหุ้นไทย ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 เป็นวันที่ใช้คำนวณมูลค่าความมั่งคั่งของเศรษฐีหุ้นไทยปี 2563 ปรับลดลง 400.18 จุด หรือ 32.35 % อยู่ที่ 1,237.04 จุด จากปี 2562 ที่อยู่ในระดับ 1,637.22 และความมั่งคั่งของเศรษฐีหุ้นไทยในปีนี้ลดลงถึง 140,796 ล้านบาท หรือ 7.09%
สำหรับเศรษฐีหุ้นไทยปี 2563 อันดับ 1 ยังคงเป็นของนายสารัชถ์ รัตนาวะดี กรรมการ รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) เป็นการครองแชมป์ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 โดยถือหุ้นมูลค่าสูงสุดรวม 115,290 ล้านบาท ลดลง 5,670 ล้านบาท หรือ 4.69% ส่วนอันดับ 2 นายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ถือครองหุ้นมูลค่ารวม 50,079.31 ล้านบาท ลดลง 16,031.33 ล้านบาท หรือ 24.25% และอันดับ 3 นายนิติ โอสถานุเคราะห์ ถือครองหุ้นมูลค่ารวม 48,181.64 ล้านบาท ลดลง 431.68 ล้านบาท หรือ 0.89%
ที่น่าจับตาคืออันดับ 5 ได้แก่นายเจริญ สิริวัฒนภักดี และอันดับที่ 9 คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี หลังจากก้าวเข้ามาติดทำเนียบเศรษฐีหุ้นไทยอันดับ 23 เมื่อปีที่แล้ว โดยนายเจริญมีมูลค่าหุ้นที่ถือครองทั้งสิ้น 38,178.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27,848.13 ล้านบาท หรือ 269.57% จากการนำบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) (AWC) ซึ่งเป็น Holding Company เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เมื่อเดือนตุลาคม 2562 เช่นเดียวกับคุณหญิงวรรณา ที่มีมูลค่าหุ้นที่ถือครองรวม 28,728.70 ล้านบาท รวยเพิ่มขึ้น 18,398.13 ล้านบาท หรือ 178.09% นอกจากนี้ ยังถือหุ้นบริษัท เครือไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (SEG) อีกด้วย
ทั้งนี้ หากใช้ราคาปิดของหุ้น AWC และ SEG ณ วันที่ 8 ธันวาคม 2563 นายเจริญถือครองหุ้น AWC มูลค่า 44,540,999,394 บาท และ SEG มูลค่า 8,503,395,122.75 บาท รวมมูลค่า 53,044,394,516.75 บาท ส่วนคุณหญิงวรรณา ถือครองหุ้น AWC มูลค่า 30,906,000,000 บาท และ SEG มูลค่า 8,503,395,122.75 บาท รวมมูลค่า 39,409,395,122.75 บาท ส่งผลให้มูลค่าถือครองรวมกันทั้งหมด 92,453,789,639.50 บาท
อย่างไรก็ตาม ย้อนไปเมื่อปี 2562 นายเจริญและคุณหญิงวรรณา ได้ก้าวเข้ามาอยู่ในทำเนียบเศรษฐีหุ้นไทยเป็นครั้งแรก โดยอยู่ในอันดับ 23 มีมูลค่าหุ้นที่ถือครองคนละ 10,330.57 ล้านบาท จากการนำ SEG เข้าซื้อขายในตลท. เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 ซึ่งถือหุ้นสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในสัดส่วนเท่ากันที่ 37.38% เป็นครั้งแรกที่ปรากฏชื่ออย่างเป็นทางการในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลท. แต่ ณ วันที่ 8 ธันวาคม 2563 ไม่พบรายชื่อของนายเจริญและคุณหญิงวรรณาปรากฏในรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SEG แต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน การนำหุ้น AWC เข้าซื้อขายในตลท. เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2562 มีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 185,742 ล้านบาท สูงสุดในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นไทย รวมถึงมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) มากกว่า 1% ของมาร์เก็ตแคปรวม ส่งผลให้ถูกเข้าคำนวณในดัชนี SET50 และ SET100 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2562 ซึ่งขณะนั้นนายเจริญถือหุ้นเป็นอันดับ2 ในสัดส่วน 25.12%และคุณหญิงวรรณา ถือหุ้นอันดับ 3 ในสัดส่วน 19.77%
สำหรับข้อมูลล่าสุดนายเจริญ ถือหุ้นใน AWC จำนวน 8,819,999,880 หุ้น สัดส่วน 27.56% โดยราคาปิด ณ วันที่ 8 ธันวาคม 2563 อยู่ที่ 5.05 บาท รวมมูลค่าถือครองอยู่ที่ 44,540,999,394 บาท ส่วนคุณหญิงวรรณา ถือหุ้นจำนวน 6,120,000,000 หุ้น สัดส่วน 19.13% รวมมูลค่าถือครอง 30,906,000,000 บาท ซึ่งถึงแม้มูลค่าการถือครองจะลดลงจากราคาหุ้นที่ปัจจุบันลดลง 0.95 บาท หรือ 15.83% จากราคาไอพีโอที่ 6.00 บาทก็ตาม ก็ยังคงส่งให้นายเจริญและคุณหญิงวรรณา ก้าวขึ้นสู่ 1 ใน 10 อันดับเศรษฐีหุ้นไทย ปี 2563
หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,635 วันที่ 13 - 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563






