
มาตรการสกัดเก็งกำไรบาท สำคัญอย่างไร
ธปท.งัด 3 มาตรการ สกัดการเก็งกำไรบาท ทั้งฝากเงินต่างประเทศได้เสรี ปรับเกณธ์ลงทุนหุ้นต่างประเทศ และแสดงตัวตนก่อนซื้อบอนด์ แต่ละมาตรการ สำคัญอย่างไร ที่นี่มีคำตอบ
หลังจากที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ออกมาตรการ 3 เรื่องเพื่อลดแรงกดดันต่อ ค่าเงินบาท และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างให้กับ ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน ไทย ช่วยให้ เงินทุนเคลื่อนย้าย มีความสมดุลมากขึ้น หลังจากช่วงที่ผ่านมาเม็ด เงินลงทุนต่างชาติ ไหลกลับมาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่รวมทั้งไทย จากปัจจัยภายนอกที่ผ่อนคลายลง ทั้งการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯและความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ทำให้ เงินบาทแข็งค่า ขึ้นเร็ว จนอาจจะกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง
สำหรับ 3 มาตรการประกอบด้วย 1.เปิดให้ฝากเงินตราต่างประเทศได้เสรี(บัญชี FCD) 2. ปรับหลักเกณฑ์การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ และ 3.ลงทะเบียนแสดงตัวตนเพื่อซื้อขายตราสารหนี้
1.การเปิดเสรี FCD จะส่งผลดีกับหลายฝ่าย เพราะ
(1) ผู้ประกอบการที่ต้องบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศ ซึ่งจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้นและมีต้นทุนลดลง เนื่องจากสามารถเก็บรายรับที่เป็นเงินตราต่างประเทศหรือแลกเงินตราต่างประเทศเก็บไว้ก่อนได้ และสามารถแลกกลับเป็นเงินบาทได้ในยามที่ต้องการทันที
(2) นักลงทุนที่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์สกุลเงินตราต่างประเทศสามารถบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ดีขึ้น
(3) ประชาชนจะสามารถแลกเงินตราต่างประเทศเก็บไว้เพื่อใช้ในการเดินทางและซื้อสินค้าบริการในต่างประเทศ รวมถึงการโอนระหว่างกันได้
2.การเปิดให้นักลงทุนรายย่อยไทยไปลงทุนยังต่างประเทศหรือลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศได้มากขึ้น เป็นการสร้างสมดุลให้กับเงินทุนเคลื่อนย้ายของประเทศ
ที่ผ่านมา คนไทยส่วนใหญ่มักลงทุนในประเทศเป็นส่วนใหญ่ (home bias) ซึ่งทำให้กระจายความเสี่ยงได้ไม่มากนัก การที่สามารถออกไปลงทุนในต่างประเทศได้มากขึ้น จะช่วยให้นักลงทุนรายย่อยของไทย มีทางเลือกทำให้ช่วยกระจายความเสี่ยงของการลงทุนได้
อย่างไรก็ดี การที่จะทำให้คนไทยมั่นใจออกไปลงทุนต่างประเทศและบริหารความเสี่ยงได้ ต้องทำให้ระบบและตลาดมีเสถียรภาพ ไม่ผันผวน ทางการจึงต้องเท่าทันข้อมูลต่าง ๆ ของตลาด เพื่อให้เท่าทัน ติดตามได้ รู้ตัวตนของผู้ร่วมตลาด โดยเฉพาะในตลาดบอนด์
3.ทำไมต้องตลาดตราสารหนี้(บอนด์)
ตลาดบอนด์เป็นตลาดที่มีผู้เล่นหลากหลาย ทั้งกลุ่ม real money ที่ต้องการลงทุนจริง ผู้เล่นระยะสั้น และผู้เล่นที่เก็งกำไร ซึ่งการที่มีผู้เล่นหลากหลายนับเป็นผลดีกับตลาด แต่ในบางช่วง ก็อาจมีพฤติกรรมที่ส่งผลต่อเสถียรภาพของตลาดการเงินได้ สร้างความผันผวน และส่งผลต่อการทำงานของตลาด เราจึงมองว่านักลงทุนควรต้องมาลงทะเบียน เพื่อให้ทางการได้ทราบว่าผู้เล่นเป็นใครบ้าง
มาตรการนี้ ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะปิดกั้นการลงทุน ทุกคนยังสามารถเข้ามาลงทุนได้เช่นเดิม เพียงแต่ขอให้มาลงทะเบียนในครั้งแรกก่อนทำการซื้อขายตราสารหนี้
ทั้งนี้ ไทยไม่ใช่ประเทศแรกที่ดำเนินการเช่นนี้ หลายประเทศที่อยากมั่นใจในเรื่องเสถียรภาพของตลาดก็มีระบบนี้อยู่แล้ว เช่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย ไต้หวัน เดิมเราเปิดให้เข้ามาลงทุนได้อย่างเสรีไม่ต้องแจ้งต่อทางการก่อน ทำให้ทางการไม่ทราบตัวตน และเกิดความไม่สมดุลระหว่างการลงทุนระหว่างคนในประเทศและต่างประเทศ เรารู้จักคนไทยที่ออกไปลงทุนต่างประเทศ แต่เรายังไม่รู้ตัวตนของนักลงทุนต่างประเทศ เราควรต้องรู้จักนักลงทุนที่เข้าออกประเทศเราให้เท่าๆ กัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ด่วน แบงก์ชาติออกมาตรการสกัดเก็งกำไรบาท
มองแนวโน้มเงินบาท “แข็งต่อ”ถึงปีหน้า






