thansettakij
thansettakij
มอร์นิ่งสตาร์ ส่องอุตฯกองทุนQ2 หุ้น-ตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาวมาแรง

มอร์นิ่งสตาร์ ส่องอุตฯกองทุนQ2 หุ้น-ตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาวมาแรง

18 เม.ย. 59 | 06:00 น.
อัปเดตล่าสุด :18 เม.ย. 59 | 08:57 น.
มอนิ่งสตาร์ มองไตรมาส 2 กองทุนหุ้นไทย ตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว ได้รับความสนใจจากนักลงทุน ชี้มีจังหวะในการเก็งกำไร ขณะที่ไตรมาสแรก หุ้นไทยให้ผลตอบแทน 9.3 % ติดอันดับต้นของโลก ไตรมาสแรกเเงินไหลเข้าอุตฯกองทุนรวม 1.1 แสนล้านบาท ดันสินทรัพย์พุ่ง 4.2 ล้านล้าน โต 4. 34%

[caption id="attachment_45145" align="aligncenter" width="700"] 5 อันดับกองทุนที่มีเงินไหลเข้ามากที่สุด 5 อันดับกองทุนที่มีเงินไหลเข้ามากที่สุด[/caption]

นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์กองทุนประจำประเทศไทย บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมกองทุนรวมไตรมาส 2/2559 ว่า อาจจะเริ่มเห็น บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หรือบลจ. ออกกองทุนหุ้นไทยมากขึ้น รวมถึงกองทุนรวมตราสารหนี้ในกลุ่มระยะกลาง ถึงระยะยาว

สาเหตุเนื่องจากหุ้นไทยโดยรวมยังมีแนวโน้มที่ดี โดยมีทั้งจังหวะที่ปรับตัวขึ้นและลง ซึ่งถือว่าเป็นจังหวะสำหรับผู้ลงทุนที่หวังจะเข้ามาทำกำไร ขณะที่นโยบายทางด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เป็นแรงผลักดันให้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสที่ดี

ขณะที่ในส่วนของตราสารหนี้ระยะกลาง และระยะยาวช่วงหลังนั้น นักลงทุนให้ความสนใจเพราะเรื่องของผลตอบแทน โดยไตรมาส 1/2559 มีอัตราผลตอบแทนแล้ว 1.45% ซึ่งหากคำนวณอย่างง่ายจนถึงสิ้นปีก็อาจจะได้ที่ระดับเกือบ 4% ซึ่งถือว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยปกติแล้วนักลงทุนจะพักเงินที่กลุ่มกองทุนตลาดเงิน แต่ปัจจุบันจะหันมาให้ความสนใจตราสารหนี้ระยะกลาง ระยะยาว และระยะสั้นมากกว่า
ในส่วนของกองทุนรวมตลาดเงินนั้นแม้มีสภาพคล่องสูง แต่ให้ผลตอบแทนในอัตราที่ต่ำ คือ 2% ต่อปี ส่วนตราสารหนี้ระยะกลาง และระยะยาว ไตรมาสแรกให้ผลตอบแทนแล้ว 1.45% ขณะที่ในอดีตให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.5-3.8% ต่อปีนั้น ผู้ลงทุนจึงพร้อมที่จะเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย เพื่อแลกกับผลตอบแทนที่สูงขึ้นเกือบเท่าตัว ด้านสภาพคล่องเองก็ไม่ได้แตกต่างกัน มีเพียงแค่ความปลอดภัยเท่านั้นที่แตกต่างกัน

นายกิตติคุณ กล่าวว่า ปีที่แล้วทั้งปีมีเงินไหลเข้าสุทธิอุตสาหกรรมกองทุนรวมไทยประมาณเกือบ 3 แสนล้านบาท แต่ในปีนี้เพียงไตรมาสเดียวมีเงินไหลเข้ามาแล้วประมาณ 1.1 แสนล้านบาท หรือประมาณ 30% ของปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นยังมีโอกาสที่จะเติบโตอยู่ ซึ่งอาจจะไม่ได้มีการออกกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศ (FIF) จำนวนมากเหมือนปีที่แล้ว โดยปีนี้อาจจะโตในไทยเองก็ได้ หากหุ้นไทยมีแนวโน้มที่ดี อย่างไรก็ดีกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ปีนี้มีความน่าสนใจตรงที่มีนโยบายในการขยายระยะเวลาในการถือครองจาก 5 ปีปฏิทินเป็น 7 ปีปฏิทิน ซึ่งอาจจะมีผลเล็กน้อยทำให้ยอดเข้ามาลงทุนลดลงประมาณ 10% ไม่เกิน 15%

นายกิตติคุณ กล่าวต่อไปอีกว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกไตรมาส 1/2559 ติดลบเกือบทั้งหมด โดยตลาดหุ้นยุโรปและเอเชียติดลบประมาณ 10% มีเพียงตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาซึ่งอยู่ในระดับทรงตัว ส่วนตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนเป็นบวกประมาณ 9.3% เทียบสิ้นปี 2558 ให้ผลตอบแทนติดลบ 10% เพราะฉะนั้นภาพที่ออกมาในไตรมาสแรกของหุ้นไทยจึงถือว่าค่อนข้างน่าแปลกใจพอสมควร เมื่อกลับกลายเป็นตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีอันดับต้นๆ ของโลก

มอร์นิ่งสตาร์ รายงานอุตสาหกรรมกองทุนรวมไทยไตรมาส 1/2559 เติบโต 4.35% โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม หรือเอยูเอ็ม 4.24 ล้านล้านบาท ปัจจัยหนุนจากดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้น ทำให้มูลค่าการลงทุนโตเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อีกทั้งยังมีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าลงทุนในกองตราสารหนี้ระยะกลางและยาว ค่อนข้างมาก รวม 1.25 แสนล้านบาท รองลงมาเป็นตราสารหนี้แบบกำหนดอายุ ที่ไปลงทุนในต่างประเทศมูลค่า 7.61 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเป็นการโยกเงินระหว่างกลุ่มโกลบัล ไฮยีลด์ บอนด์ กลับมาเพราะผลตอบแทนไม่ดึงดูด และตราสารหนี้ระยะสั้น ที่ลงทุนภายในประเทศ มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท

นายกิตติคุณ กล่าวว่า กลุ่มกองทุนที่นักลงทุนไทยนิยมลงทุนมากที่สุดในช่วงไตรมาสแรกได้แก่ กองทุนตราสารหนี้ระยะกลางและยาว โดยกลุ่มดังกล่าวนี้เริ่มได้รับความนิยมตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เนื่องจากผลตอบแทนค่อนข้างดึงดูด ซึ่งอยู่ที่ระดับประมาณ 3.5% ต่อปี

"ในความเป็นจริงแล้วจะแบ่งกลุ่มที่เงินไหลเข้าเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มตราสารหนี้ และ 2.กองทุนผสมทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งหากสังเกตให้ดีจะเป็นกลุ่มที่ไม่มีความผันผวนสูง หรือความเสี่ยงค่อนข้างอยู่ในระดับปานกลางถึงต่ำ โดยนักลงทุนไม่ได้มั่นใจเหมือนช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งเงินไหลเข้าตลาดหุ้น หากเป็นกองทุนต่างประเทศก็จะลงในหุ้นเลย ไม่ว่าจะเป็นหุ้นญี่ปุ่น หุ้นจีน แต่ปีนี้เงินกลับไปไหลเข้าสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงระดับปานกลางถึงระดับต่ำ" นายกิตติคุณกล่าวในที่สุด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,147 วันที่ 10 - 13 เมษายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market