thansettakij
thansettakij
ประกันสังคม แจงยิบอัดฉีด1.6 แสนล. ช่วย‘ว่างงาน’

ประกันสังคม แจงยิบอัดฉีด1.6 แสนล. ช่วย‘ว่างงาน’

16 เม.ย. 63 | 23:10 น.
อัปเดตล่าสุด :17 เม.ย. 63 | 07:52 น.

ประกันสังคมขยายอุ้มลูกจ้างม.33 ตกงานจากนายจ้างปิดกิจการชั่วคราว หลังกฤษฎีกาชี้เหตุสุดวิสัยรวมกรณีกิจการปิดตัวเองจากผลกระทบโรคระบาด เร่งเสนอครม.แก้กฎกระทรวงเพื่อออกประกาศให้มีผลบังคับ

 

นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการ(บอร์ด) ประกันสังคม เปิดเผยหลังการประชุมบอร์ดประกันสังคม วันที่ 14 เมษายน นี้ว่าที่ประชุมได้พิจารณามาตรการเยียวยาผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19โดยบอร์ดประกันสังคมมีมติรับทราบมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา

กรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตน และได้เสนอคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ว่าคำว่าเหตุสุดวิสัยครอบคลุมถึงไหน ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาแจ้งว่า เหตุสุดวิสัยนี้ให้รวมถึงกรณีที่ผู้ประกอบการปิดตัวเองลงเนื่องจากได้รับผลกระทบจากภัยโควิด-19 ด้วย

ทางครม.จึงให้คณะกรรมการกฤษฎีกาไปปรับกฎกระทรวงแรงงานให้สอดคล้องกับมาตรา 79/1 ของพ.ร.บ.ประกันสังคม เพื่อให้ครอบคลุมกรณีผู้ประกันตน ม.33 จะได้รับการเยียวยาเงินว่างงานจากกองทุนประกันสังคมในกรณีโควิด-19 หรือกรณีที่สถานประกอบการปิดตัวเองลงด้วย ทั้งนี้ รวมถึงให้ทางสำนักงานประกันสังคมรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ และวินัยการเงินการคลังเสนอให้ครม.พิจารณา

นายสุทธิ กล่าวอีกว่า กระทรวงแรงงานจะเสนอที่ประชุมครม.วันที่ 15 เมษายนนี้ เพื่อขอความเห็นชอบกฎกระทรวงแรงงานฉบับใหม่ ขั้นตอนหลังจากนั้นจะมีการออกกฎกระทรวงและรอประกาศในราชกิจจานุเบกษาจึงจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งกระทรวงแรงงานจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

ทั้งนี้ เดิมคาดว่าจะมีผู้ประกันตนมาลงทะเบียนรับเงินชดเชยว่างงานประมาณ 7-8 แสนคน แยกเป็นว่างงานจากลาออก-เลิกจ้าง ประมาณ 3-4 แสนคน และว่างงานจากได้รับผลกระทบปัญหาโควิด-19 ประมาณ 3.5 แสนคน โดยจะทดแทนการว่างงานในอัตรา 62% ของค่าจ้าง ซึ่งผู้ประกันตนและนายจ้างสามารถลงทะเบียนยื่นคำร้องกับสำนักงานประกันสังคมผ่านช่องทางออนไลน์รอไว้ได้เลย โดยจะไม่จำกัดว่าเป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หรือภาคบริการ แต่ถือว่าผู้ประกันตนทุกกลุ่มมีสิทธิได้รับการเยียวยา ส่วนกลุ่มที่โดนตัดเงินเดือนแต่สถานประกอบการยังไม่ปิดจะยังไม่ได้รับการเยียวยา เพราะยังไม่เป็นกรณีว่างงาน

ด้านความพร้อมของกองทุนทดแทนการว่างงาน นายสุทธิกล่าวว่า จะพยายามดูแลและหมุนสภาพคล่องของกองทุนประกันการว่างงานให้ดีที่สุด ขณะนี้กองนี้มีเงิน 1.62 แสนล้านบาท ส่วนจะพอหรือไม่ไม่ต้องกังวล ให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานประกันสังคมในการแก้ปัญหา เวลานี้ขอให้กระทรวงแรงงานนำเรื่องเข้าครม.พิจารณาก่อน

ส่วนการชดเชยจะจ่ายให้ไม่เกิน 3 เดือน โดยพิจารณาว่ากระทบเดือนไหนก็ให้รับเดือนนั้นไปก่อน และหากสามารถกลับมาทำงานแล้วก็ให้หยุดรับเงินชดเชย ซึ่งจะดำเนินการตามข้อเท็จจริงที่ผู้ประกันตนได้รับผลกระทบ โดยจะเร่งให้สามารถเบิกจ่ายให้เร็วที่สุด เนื่องจากมีผู้เดือดร้อนจำนวนมาก และนายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องนี้ ส่วนการทดแทนรายได้ให้ผู้ประกันตน ม.33 กรณีรัฐสั่งปิดหรือถูกกักตัวกันแพร่เชื้อ จะพยายามเร่งให้ได้รับเงินเยียวยาภายในวันที่ 17 นี้ หรืออย่างช้าต้องไม่เกิน 20-21 เมษายนนี้

“กองทุนประกันการว่างงานเป็นกองทุนเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข หากยังไม่ทุกข์มีงานทำมีเงินเดือนอยู่ ก็เฉลี่ยสุขไปให้คนที่เดือดร้อนกว่า ซึ่งเป็นหลักการของกองทุนประกันสังคมกรณีว่างงานอยู่แล้ว ทั้งนี้ ยืนยันจะไม่กระทบกับเงินที่ผู้ประกันตนจะได้รับหลังเกษียณกรณีชราภาพ เนื่องจากเป็นคนละกองกัน” นายสุทธิกล่าวยํ้า

ด้านนางอรุณี ศรีโต ตัวแทนผู้ประกันตนในคณะกรรมการประกันสังคม กล่าวว่า โดยส่วนตัวยังเป็นห่วงว่า แม้การระบาดจะสงบลง แต่เศรษฐกิจทรุดน่าจะลากยาว หากถึงปลายปีนี้หรือต้นปีนี้ยังมีการเลิกจ้างมีคนตกงานต่อเนื่อง ตามที่ผู้แทนฝ่ายนายจ้างประเมินว่าจะตกงานหลายสิบล้านคน ถึงตอนนั้นกองทุนทดแทนการว่างงานจะมีเงินมาจ่ายชดเชยให้ผู้ประกันตนตามกฎหมายอยู่อีกหรือไม่

หากต้องขยายการคุ้มครองให้คนตกงานจากเหตุนายจ้างปิดงานเอง กรณีนี้ควรใช้ช่องทางให้นายจ้างจ่าย 75% ของค่าจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ถ้านายจ้างปฎิเสธบอกว่าไม่มีแรง ก็เป็นเรื่องที่ต้องไปร้องกระทรวงแรงงานเพื่อเสนอให้รัฐบาลเข้ามาดูแลตามหน้าที่ จึงจะเป็นช่องทางที่ถูกต้องกว่า 

หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,566 วันที่ 16 - 18 เมษายน พ.ศ. 2563