thansettakij
thansettakij
ข้อสังเกตเฟดจากมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง 2.3 ล้านล้านดอลล์

ข้อสังเกตเฟดจากมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง 2.3 ล้านล้านดอลล์

11 เม.ย. 63 | 06:53 น.
อัปเดตล่าสุด :12 เม.ย. 63 | 07:24 น.

บล.กสิกรไทย ได้ตั้งข้อสังเกตมาตรการเชิงรุกของเฟด จากการอัดฉีดสภาพคล่อง 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยเหลือเอกชนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และกลุ่มที่มีการกู้เงินในตลาดตราสารหนี้ ไว้น่าสนใจดังนี้

บริษัทหลักทรัพย์(บล.)กสิกรไทย ตั้งข้อสังเกตธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ออกมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10% ของจีดีพี เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา ดังนี้...

-เป็นครั้งแรกที่เฟดจะซื้อตราสารหนี้เอกชน ที่มีอันดับเครดิตต่ำกว่า investment grade (อย่างน้อย BB-)ด้วยวงเงิน 850 พันล้านดอลลาร์ 

- เป็นครั้งแรกที่เฟดจะซื้อพันธบัตรเทศบาล (Municipal debt) ด้วยวงเงิน 500 พันล้านดอลลาร์ซึ่งในอดีตไม่เคยทำเพราะจะเป็นประเด็น      ทางการเมือง

- ปล่อยสินเชื่อให้ SMEs ผ่านโครงการ Main Street Lending วงเงิน 600 พันล้านดอลาร์ 

- ที่เหลือจะปล่อยสินเชื่อให้สถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ Paycheck Protection Program (PPP) ที่ให้ความช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็ก

- การอัดฉีดเงินของเฟดรอบนี้ทำค่อนเร็วและมากกว่าในอดีตมาก โดยใน 1 เดือนที่ผ่านมาเฟดได้อัดฉีดสภาพคล่องในตลาดแล้ว 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ เทียบกับวิกฤตปี 2008 ที่เฟดขยายงบดุลเพิ่ม 3.5 ล้านล้านดอลาร์ ใช้เวลา 7 ปี (ช่วงปี 2008-2015

ผลจากการอัดฉีดสภาพคล่องเพิ่มจะเป็นบวกต่อราคาสินทรัพย์ทางการเงิน (Asset inflation) เช่น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ (+1.2%) ทองคำ (+3.3%) เป็นต้น 

การทำมาตรการเชิงรุกของเฟดอาจเป็นแบบอย่างให้กับธนาคารกลางทั่วโลก รวมถึงไทยในการให้ความช่วยเหลือเอกชนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ขาดสภาพคล่อง ซึ่งจะเป็นบวกต่อกลุ่มที่มีการกู้เงินในตลาดตราสารหนี้มากๆ