
ข้อสังเกตเฟดจากมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง 2.3 ล้านล้านดอลล์
บล.กสิกรไทย ได้ตั้งข้อสังเกตมาตรการเชิงรุกของเฟด จากการอัดฉีดสภาพคล่อง 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยเหลือเอกชนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และกลุ่มที่มีการกู้เงินในตลาดตราสารหนี้ ไว้น่าสนใจดังนี้
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)กสิกรไทย ตั้งข้อสังเกตธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ออกมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10% ของจีดีพี เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา ดังนี้...
-เป็นครั้งแรกที่เฟดจะซื้อตราสารหนี้เอกชน ที่มีอันดับเครดิตต่ำกว่า investment grade (อย่างน้อย BB-)ด้วยวงเงิน 850 พันล้านดอลลาร์
- เป็นครั้งแรกที่เฟดจะซื้อพันธบัตรเทศบาล (Municipal debt) ด้วยวงเงิน 500 พันล้านดอลลาร์ซึ่งในอดีตไม่เคยทำเพราะจะเป็นประเด็น ทางการเมือง
- ปล่อยสินเชื่อให้ SMEs ผ่านโครงการ Main Street Lending วงเงิน 600 พันล้านดอลาร์
- ที่เหลือจะปล่อยสินเชื่อให้สถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ Paycheck Protection Program (PPP) ที่ให้ความช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็ก
- การอัดฉีดเงินของเฟดรอบนี้ทำค่อนเร็วและมากกว่าในอดีตมาก โดยใน 1 เดือนที่ผ่านมาเฟดได้อัดฉีดสภาพคล่องในตลาดแล้ว 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ เทียบกับวิกฤตปี 2008 ที่เฟดขยายงบดุลเพิ่ม 3.5 ล้านล้านดอลาร์ ใช้เวลา 7 ปี (ช่วงปี 2008-2015
ผลจากการอัดฉีดสภาพคล่องเพิ่มจะเป็นบวกต่อราคาสินทรัพย์ทางการเงิน (Asset inflation) เช่น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ (+1.2%) ทองคำ (+3.3%) เป็นต้น
การทำมาตรการเชิงรุกของเฟดอาจเป็นแบบอย่างให้กับธนาคารกลางทั่วโลก รวมถึงไทยในการให้ความช่วยเหลือเอกชนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ขาดสภาพคล่อง ซึ่งจะเป็นบวกต่อกลุ่มที่มีการกู้เงินในตลาดตราสารหนี้มากๆ






