
KTAM ปรับ นโยบาย 7 กองทุน เพื่อบริหารสภาพคล่อง
KTAM ยัน กองทุนรวมตลาดเงิน-ตราสารหนี้ ยังแกร่ง พร้อมเพิ่มนโยบายโครงการ เพื่อรองรับมาตรการจากธปท. ด้านบริหารสภาพคล่อง
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า KTAM ยืนยันเจตนารมณ์ในการบริหารจัดการกองทุนอย่างรอบคอบ โดยกองทุนรวมตลาดเงินและกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เป็นกองทุนเปิด (Daily Fixed Income Fund)นั้น ได้ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ที่มีสภาพคล่องสูง และมีการบริหารจัดการที่ระมัดระวังมาโดยตลอด ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นได้ว่า กองทุนรวมตลาดเงิน และกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เป็นกองทุนเปิด (Daily Fixed Income Fund) ของ KTAM จะยังคงเป็นทางเลือกที่สร้างผลตอบแทนที่ดีและสภาพคล่องที่สูงให้แก่ผู้ลงทุนได้ในระยะยาวอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม KTAM ได้ปรับเพิ่มนโยบายโครงการ 7 กองทุนคือ กองทุน เปิดกรุงไทยตราสารตลาดเงิน (KTSS) กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารตลาดเงินภาครัฐ (KTSV) กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ ระยะ 1 ถึง 3 ปี (KTFIX-1Y3Y) กองทุนเปิดกรุงไทยอ้างอิงเงินเฟ้อ (KTILF) กองทุนเปิดกรุงไทย ธนทรัพย์ พลัส (KTPLUS) กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ระยะสั้น (KT-ST) และกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ระยะสั้น พลัส (KTSTPLUS) เพื่อให้กองทุนเหล่านี้สามารถกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมการขาย โดยมีสัญญาซื้อคืนในนามกองทุนรวมได้ เพื่อให้บริษัทมีความ ยืดหยุ่นในการบริหารสภาพคล่องของกองทุนมากขึ้น
นางชวินดากล่าวว่า สำนักงานได้ขยายอัตราส่วนการกู้ยืมเงินและการทำธุรกรรมการขาย โดยมีสัญญาซื้อคืนเป็นการชั่วคราว เพื่อประโยชน์ในการบริหารสภาพคล่อง และประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ลงทุน ซึ่งจะทำให้นักลงทุนมั่นใจได้ว่า กองทุนภายใต้การบริหารจัดการของ KTAM จะเสถียรภาพมากขึ้น และจะไม่มีผลกระทบในการซื้อขายหน่วยลงทุนทั้ง 7 กองทุนของ KTAM
ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อสนับสนุนสภาพคล่องให้กับกองทุนเปิดตราสารหนี้ที่เปิดซื้อขายทุกวันทำการและ ได้จัดตั้งกลไกพิเศษเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับกองทุนรวม โดยให้ธนาคารพาณิชย์สามารถรับซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตลาดเงิน และกองทุนรวมตราสารหนี้คุณภาพดีที่เป็นกองทุนเปิดรวมถึงธปท.และสถาบันการเงินของรัฐยังร่วมกันจัดตั้งกองทุนเพื่อรับซื้อหุ้นกู้ภาคเอกชนที่มีคุณภาพดี ในวงเงิน 70,000-100,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับตลาดตราสารหนี้และให้ตลาดมีเสถียรภาพมากขึ้น รวมไปถึงการที่ธปท. พร้อมเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลไกตลาดตราสารหนี้ภาครัฐทำงานได้อย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ และมีสภาพคล่องเพียงพอ






