
คปภ.จ่อลด ดอกเบี้ยขั้นตํ่าเหลือ1%
สมาคมประกันชีวิตเสนอคปภ.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยขั้นตํ่า ใช้คำนวณอัตราเบี้ยประกันจากเดิม 2% เหลือขั้นตํ่า 1% “สาระ ลํ่าซำ” แจงไวรัสระบาดกระทบธุรกิจประกันโดยตรง ทั้ง Yield Curve และการลงทุนโดยตรง ประเมินกนง.จะลดดอกเบี้ยอีก ด้านประกันไวรัสผลตอบรับดีหนุน 20 บริษัทเสนอทางเลือกซื้อกรมธรรม์
สถิติการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนายังคงเพิ่มต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อ 12 มีนาคม ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลก 118 ประเทศ รวมกว่า 1.21 แสนคน และผู้เสียชีวิตกว่า 4,300 ราย ขณะที่ไทยสถานการณ์อยู่ในระยะ 2 คือ ติดในกลุ่มจำกัด โดยยังพบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มเพื่อนและยังไม่คลี่คลาย ซึ่งส่งผลกระทบทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจประกันภัย
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ สนง.คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า คปภ.พร้อมจะทบทวนมาตรการที่ออกมาแล้ว 20 มาตรการ ทั้งในส่วนของการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (โควิด-19) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ประกันสุขภาพและประกันภัยการเดินทางที่มีในปัจจุบันครอบคลุมถึงการคุ้มครองโรคที่เกิดจากไวรัสโควิด-19 และกรมธรรม์ประกันโควิดเป็นที่ตอบรับของประชาชนในวงกว้าง ปัจจุบันมีบริษัทประกันภัยเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันไวรัสโคโรนาแล้ว 20 บริษัท
“ผลตอบรับประกันไวรัสโคโรนาเข้ามาเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นบริษัทหรือองค์กรตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยง เน้นซื้อประกันกลุ่มให้กับบุคลากร แต่ข้อมูลการ เคลม ตอนนี้ยังไม่ได้มาที่คปภ.”
สาระ ลํ่าซำ
อย่างไรก็ตาม คปภ.ได้ประชุมร่วมกับสมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงิน และสมาคมนายหน้าประกันภัยโดยมีข้อสรุปเบื้องต้น ให้คปภ.ในฐานะนายทะเบียนพิจารณาปรับปรุงดอกเบี้ยขั้นตํ่าที่ใช้ในการคำนวณเบี้ยประกันภัย จากเดิมที่การคำนวณอัตราเบี้ยประกันภัยของประกันชีวิต กำหนดอัตราดอกเบี้ยในการคำนวณขั้นตํ่าว่า ต้องไม่ตํ่ากว่า 2% ให้เหลือขั้นตํ่า 1% เพื่อ รองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดของไวรัสโคโรนา และสภาวะอัตราดอกเบี้ยตํ่าต่อเนื่อง
นายสาระ ลํ่าซำ อุปนายกฝ่ายการตลาด สมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า เรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ปรับปรุงลดเหลือ 1% อาจจะไม่เพียงพอ เพราะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) อายุ 10 ปี ที่ปรับลดลงตํ่ากว่า 1% โดยเชื่อว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.50%
“ผลกระทบจากการสะสมหลายเรื่อง แต่การแพร่ระบาดของไวรัสครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อธุุรกิจประกันโดยตรง ทั้งเรื่อง Yield Curve และการลงทุนและประกันชีวิต ต้องพักเงินในบอนด์ระยะยาวอายุเกิน 10 ปีขึ้นไป ซึ่งในชีวิตไม่เคยลดลงตํ่าขนาดนี้ และดูไม่สิ้นสุด เชื่อว่ากนง.จะลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก”
นายจิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิตฯ กล่าวว่า แนวทางการปรับปรุงเรื่องการปรับอัตราดอกเบี้ยในการคำนวณดังกล่าวนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มตํ่าลง อีกทั้งยังมีหลายบริษัทยังคงให้ราคาที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น อัตรา 3% ในส่วนของบริษัทประกันชีวิตจะต้องปรับปรุงสินค้าและราคา เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ไม่ว่า การทยอยปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนคงที่ หรือปรับสินค้าและราคา เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและทิศทางอัตราดอกเบี้ย
หน้า 13-14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,557 วันที่ 15-18 มีนาคม 2563






