thansettakij
thansettakij
กรุงไทยประเมินจีดีพีปีนี้โต 1.5% หากโคโรนากินเวลา 6 เดือนเต็ม

กรุงไทยประเมินจีดีพีปีนี้โต 1.5% หากโคโรนากินเวลา 6 เดือนเต็ม

11 มี.ค. 63 | 09:22 น.

ศูนย์วิจัยธนาคารกรุงไทย มองเศรษฐกิจไทยปีนี้โตที่ 1.5% หากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เขย่าเศรษฐกิจทั่วโลก กินเวลา 6 เดือนเต็ม เผยรายได้ท่องเที่ยวไทยหายราว 2.78 แสนล้านบาท แถมภัยแล้งรุนแรง อาจทำให้พืชผลเกษตรหลักสูญเสียถึง 5.8 หมื่นล้านบาท ชี้มีโอกาสเห็นดอกเบี้ยนโยบายลงไปอยู่ที่ 0.75% ต่อปี ในครึ่งปีแรก

นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคาร กรุงไทยเปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา(โควิด-19)ที่ขยายวงกว้างไปทั่วโลก ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการท่องเที่ยวและการส่งออก ที่เป็นเครื่องยนต์หลักเศรษฐกิจไทย โดยคาดว่า รายได้จากการท่องเที่ยวของไทยปีนี้จะหายไปราว 2.78 แสนล้านบาท จำนวนนักท่องเที่ยวช่วงครึ่งปีแรกเมื่อเทียบกับปีก่อน ในกรุงเทพฯจะลดลงประมาณ 3 ล้านคน ภูเก็ตและเชียงใหม่จะลดลงกว่า 1 ล้านคน โดยรายได้ของธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารและแหล่งช้อปปิ้งต่างๆ จะได้รับผลกระทบเป็นมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ขณะที่การส่งออก คาดว่าจะหดตัว 1.9% โดยผลกระทบต่อการส่งออกคาดว่าจะสั้นกว่าผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว

กรุงไทยประเมินจีดีพีปีนี้โต 1.5% หากโคโรนากินเวลา 6 เดือนเต็ม

“การแพร่ระบาดของโควิด-19 กระทบต่อเศรษฐกิจโลกมากกว่าที่หลายฝ่ายคาด เพราะไม่ได้จำกัดแค่จีน แต่ลามไปประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อื่นๆด้วย เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอิตาลี ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถคาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะสิ้นสุดเมื่อไหร่ หากใช้เวลา 6 เดือนเต็ม มีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะโตเพียง 1.5% ภาพการลงทุนของเอกชนปีนี้จึงไม่สดใสนักและมีแนวโน้มจะชะลอเพิ่มเติม จากราคาน้ำมันลดลงแรง นอกจานั้นเศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับอีกหลายปัจจัยเสี่ยง ทั้งภัยแล้ง เศรษฐกิจอาเซียนที่ชะลอลง สงครามการค้าที่ยังยืดเยื้อ และข้อตกลง EVFTA ของเวียดนามที่จะเพิ่มอุปสรรคต่อการส่งออกสิ่งทอไทยในตลาดยุโรป โดยเฉพาะภัยแล้งหากรุนแรง อาจทำให้พืชผลการเกษตรหลัก ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย สูญเสียรวม 5.8 หมื่นล้านบาท กระทบต่อกำลังซื้อของครัวเรือนในภาคเกษตร”

นายมานะ นิมิตรวานิช ผู้อำนวยการฝ่าย กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาครัฐจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสำหรับเศรษฐกิจไทยปีนี้ ผ่านการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2563 ของทุกส่วนราชการ โดยการเบิกจ่ายรายจ่ายประจำจะสามารถเบิกจ่ายเต็มวงเงินที่ 2.4 ล้านล้านบาท ส่วนงบลงทุนจะเบิกจ่ายได้ไม่ต่ำกว่า 67% สูงกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา นอกจากนั้น คาดว่า ภาครัฐจะระดมมาตรการกระตุ้นการบริโภคออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศหลังโควิด-19 คลี่คลาย การต่อยอดมาตรการกระตุ้นการบริโภค ชิมช้อปใช้ มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนและประคับประคองเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปีนี้ ส่วนภาวะตลาดที่อยู่อาศัยในปีนี้จะได้รับประโยชน์จากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ โดยเฉพาะการลดค่าธรรมเนียมและจดจำนอง

กรุงไทยประเมินจีดีพีปีนี้โต 1.5% หากโคโรนากินเวลา 6 เดือนเต็ม

“ส่วนนโยบายการเงิน เรามองว่า มีแนวโน้มที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)จะผ่อนคลายเพิ่มเติม และมีโอกาสเห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปอยู่ที่ 0.75% ต่อปี ในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อลดภาระการชำระหนี้ให้กับผู้ประกอบการและครัวเรือน ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงในช่วงครึ่งปีแรก โดยเฉพาะในไตรมาสที่สอง แต่จะกลับมาแข็งค่าขึ้นตามการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลัง ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดคาดว่าจะเกินดุลในระดับสูงเนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างมาก”