
ศก.ไทยเสี่ยงถดถอย มั่นใจดอกเบี้ย ไม่ติดลบแน่
“กสิกรไทย-ทีเอ็มบี” จับตาจีดีพี 2 ไตรมาส ติด ลบต่อเนื่องหรือไม่ ชี้โอกาสสูงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย หลังไวรัสโคโรนาระบาดหนัก สะท้อนธนาคารกลางเดินหน้าลดดอกเบี้ยนโยบาย หวังพยุงเศรษฐกิจ คาด กนง.ประชุม 25 มี.ค. ลด 0.25% มั่นใจดอกเบี้ยไทยไม่ติดลบแน่
การระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ที่ลามไปทั่วโลก ก่อให้เกิดความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก สะท้อนจากธนาคารกลางทั่วโลกต่างส่งสัญญาณการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย เพื่อพยุงเศรษฐกิจ โดยที่เป็นการลดฉุกเฉิน 0.50% คือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และตลาดยังคาดว่า มีโอกาสที่เฟดจะลดดอกเบี้ยลงอีก 0.50% ในการประชุมจริงวันที่ 17-18 มีนาคมนี้ ตามด้วยธนาคารกลางแคนาดา ที่ลดดอกเบี้ยนโยบายลงในอัตราเท่ากับเฟดเช่นกัน และรายต่อไปที่มองว่าจะปรับลดลงคือธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ ขณะที่การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมยังมีความเป็นไปได้ แต่ขึ้นกับว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจจะมากกว่าที่ประเมินไว้เพียงใด
นายนริศ สถาผลเดชา เจ้าหน้าที่บริหารศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย หรือ TMB Analytics เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้ประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส 2 ปีนี้ จะติดลบต่อเนื่องจากไตรมาส 1 ที่คาดว่าจะติดลบเช่นกัน จึงมีความเป็นไปได้สูงที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะถดถอย จากการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งกระทบต่อเศรษฐกิจรอบนี้รุนแรงและนานกว่าช่วงวิกฤตินํ้าท่วมในปี 2554 ดังนั้นการประชุมกนง.วันที่ 25 มีนาคมนี้ กนง.น่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ยในตลาดการเงินโลก
“ตอนนี้เกิดคำถาม ถ้าดอกเบี้ยนโยบายลด แล้วทิศทางดอกเบี้ยในระบบธนาคารจะติดลบหรือไม่ ซึ่งด้วยโครงสร้างเงินฝากของธนาคารพาณิชย์นั้น มีภาระต้นทุนนำส่งกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) 0.46% และสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) อีก 0.01% ดังนั้นดอกเบี้ยเงินฝากไม่ควรจะตํ่ากว่า 0.50% ต่อปี และธปท.ไม่ปล่อยให้อัตราดอกเบี้ยติดลบแน่ เพราะจะกระทบรายได้ของประชาชน”
อย่างไรก็ตาม สังเกตว่าที่ผ่านมาแม้ธนาคารพาณิชย์จะลดดอกเบี้ยลงตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่เป็นการปรับลดอกเบี้ยเงินกู้ ไม่ได้ปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากลงแต่อย่างใด จึงมีแนวโน้มที่ธนาคารพาณิชย์จะลดการปล่อยสินเชื่อลง โดยเน้นการลงทุนไปถือครองสินทรัพย์เสี่ยง เช่น ลงทุนในตลาดพันธบัตร หรือภาคประชาชนถือเงินสดเป็นส่วนใหญ่
นางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทยฯ กล่าวว่า ภายใต้สมมติฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้เพียง 0.50% ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับลดลงตามเหตุการณ์จากก่อนหน้าที่เคยคาดว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 2.7% ขณะที่ตลาดยังประเมินเฟดมีโอกาสที่จะปรับลดดอกเบี้ยลงอีก 0.50% ในระยะข้างหน้า ซึ่งสะท้อนว่าธนาคารกลางทั่วโลกยังผ่อนคลายนโยบายการเงินและจากภาพรวมความอ่อนแอของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย จึงมีนํ้าหนักที่จะสนับสนุนกนง.ปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% เป็นอย่างน้อยและโอกาสที่กนง.จะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.50% ก็ยังมีความเป็นไปได้ ถ้าพบจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
“เรามองไตรมาส 1 และ 2 จีดีพีมีโอกาสติดลบ ซึ่งตามนิยามการติดลบต่อเนื่อง 2 ไตรมาสคือ เข้าสู่ภาวะถดถอย แต่ไม่อยากให้โฟกัส เพราะตอนนี้สถานการณ์ไม่ปกติเป็นปัจจัยจากธรรมชาติ ไม่ใช่ปัจจัยโครงสร้าง ซึ่งแม้ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอ แต่ใช่ว่าเศรษฐกิจพัง และหลังจากเศรษฐกิจถดถอย 2 ไตรมาสก็จะฟื้นตัวขึ้นได้ในครึ่งปีหลัง ดังนั้นเราจับตาไตรมาส 2 เศรษฐกิจจะติดลบหรือไม่”
หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3555 วันที่ 8-11 มีนาคม 2563






