
วิตกตะวันออกกลางตึงเครียด ฉุดดาวโจนส์ปิดลบ 119.70 จุด
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (7 ม.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่การพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและบริษัทผลิตชิป ได้ช่วยจำกัดแรงลบในตลาด
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 28,583.68 จุด ลดลง 119.70 จุด หรือ -0.42% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,237.18 จุด ลดลง 9.10 จุด หรือ -0.28% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,068.58 จุด ลดลง 2.88 จุด หรือ -0.03%
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์มัลติ-พอร์ทโฟลิโอ โซลูชั่นส์ ในเมืองบอสตัน กล่าวว่า สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้น และเริ่มบานปลายกลายเป็นประเด็นการเมืองในสหรัฐ หลังจากสมาชิกพรรคเดโมแครตแสดงความไม่พอใจที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้ขออนุมัติจากสภาคองเกรสก่อนที่จะสั่งโจมตีท่าอากาศยานกรุงแบกแดดของอิรัก เพื่อปลิดชีพนายพลกัสซิม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลัง Quds Force ของอิหร่าน ซึ่งสร้างความโกรธแค้นให้กับอิหร่านเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเตรียมลงคะแนนเสียงในสัปดาห์นี้ เพื่อโหวตญัตติการจำกัดอำนาจของประธานาธิบดี ทรัมป์ในกรณีการใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน โดยนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวว่า มาตรการยั่วยุของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้เจ้าหน้าที่สหรัฐ, นักการทูต และชาวอเมริกันตกอยู่ในอันตราย
หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงหลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI อ่อนแรงลงเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นเชฟรอน ร่วงลง 1.3% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ดิ่งลง 2.8% หุ้นเอ็กซอน โมบิล ลดลง 0.8% อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิปยังคงได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อ โดยหุ้นไมครอน เทคโนโลยี ทะยานขึ้น 8.8% หุ้น Nvidia ดีดขึ้น 1.2% หุ้นเฟซบุ๊ก บวก 0.2% หุ้นอเมซอนดอทคอม บวก 0.2% ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป พุ่งขึ้น 1.8%






