
คลัง จับตาพิเศษ ปัญหาสหรัฐ-จีน ขึ้นภาษี
คลัง จับตาพิเศษ ปัญหาสหรัฐ-จีน ขึ้นภาษี
อุตตม จับตา-ติดตามใกล้ชิด กรณีสหรัฐ-จีน ขึ้นภาษีแข่งกัน แต่ยังเชื่อมาตรการกระตุ้นที่ออกมา รับมือได้ ด้านนักวิชาการ คาด สงครามการค้ายืดเยื้อยาวถึงปีหน้า กระทบไทยแน่ แม้ปีนี้ยังโตได้ 3% อยู่
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่สหรัฐประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าจีนสูงถึง 15% จากเดิมที่ประกาศจะปรับขึ้น 10% ขณะที่จีนปรับขึ้นภาษีน้ำมันดิบจากสหรัฐ 5% ครั้งแรกหลังเกิดสงครามการค้า ว่า กระทรวงการคลังจะจับตาและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยจะติดตามว่ามีผลกระทบต่อไทยมากน้อยเพียงใด และในทิศทางใดบ้าง อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นยังเชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาจะยังเพียงพอและสามารถรองรับปัจจัยภายนอกที่จะเข้ามากระทบได้ แต่ก็พร้อมพิจารณาหากมีความเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น
“เราจะจับตาดู ว่าจะมีผลต่อเราอย่างไร ถ้ามีผลอะไรก็จะมีการพิจารณาความเหมาะสมที่ต้องทำอีกที แต่ตอนนี้มาตรการที่ออกมาน่าจะโอเคอยู่ ต่อไปยังไงก็ค่อยว่ากันอีกทีนึง”นายอุตตม กล่าว
ขณะที่นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองว่า จากการตอบโต้ดังกล่าว จะทำให้ปัญหาสงครามการค้ายืดเยื้อต่อไปจนถึงสิ้นปี และอาจลุกลามยาวไปถึงช่วงการเลือกตั้งในสหรัฐ ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า เพราะแนวโน้มทั้ง 2 ฝ่าย ต่างไม่ยอมกันและมีท่าทีจะต่อสู้กันต่อไป ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว เนื่องจากการปรับขึ้นภาษีดังกล่าว ทำให้กำลังซื้อของคนสหรัฐปรับตัวลดลง ขณะที่เศรษฐกิจจีนเริ่มชะลอตัวแล้ว ทำให้เศรษฐกิจในเอเชีย อาเซียน รวมถึงไทยได้รับผลกระทบตามไปด้วย โดยเฉพาะการส่งออกที่จะชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจโลก และค่าเงินบาทที่แข็งค่า และราคาสินค้าเกษตรที่จะตกต่ำลง
อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ยังขยายตัวได้ในกรอบที่คาดการณ์ไว้ที่ 3-3.2% อยู่ เพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจโลกจะไม่ขยายตัวต่ำกว่า 2.3% ตามที่คาดไว้แล้ว เนื่องจากนักลงทุนรับรู้สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นมาพอสมควร ขณะที่ไทยเอง ยังสามารถประคองเศรษฐกิจในประเทศได้ระดับหนึ่ง จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมา และมาตรการประกันรายได้เกษตรกรที่จะออกมาที่มีวงเงินประมาณ 3 แสนล้านบาท น่าจะพยุงให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ตามที่คาดได้






