
พิษIFRS17 ฉุดกำไรประกันซิงเกิล พรีเมียม จ่อสูญพันธ์ุ
กรุงเทพประกันชีวิต แนะเลื่อนใช้ IFRS17 หลังผ่อนให้เพิ่มอีก 1 ปี ชี้ปรับตัวไม่ทัน เห็นบริษัทประกันชะลอขายสินค้า Single Premium เหตุฉุดกำไรลง เบี้ยประกันหายทั้งตลาด ระบุเห็นการเติบโตจากระดับ 10% เหลือ 4-5% หันขายยูนิตลิงก์เพิ่ม ลดผลกระทบมาตรฐานบัญชีใหม่
ม.ล.จิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างหารือเรื่องผลกระทบต่ออุตสาหกรรมประกันชีวิตจากมาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS17 ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2566 แม้จะเลื่อนการบังคับใช้จากเดิมที่จะเริ่มบังคับวันที่ 1 มกราคม 2565 แต่การเลื่อนออกไป 1 ปีก็ยังถือว่าค่อนข้างน้อย เพราะบริษัทประกันจะต้องดูทั้งระบบ เชื่อมโยงฝ่ายคณิตศาสตร์ประกันภัยและฝ่ายบัญชี เพื่อจะต้องไปทำงานรันระบบ ขณะนี้ี้ยังดูไม่ออก เพราะยังไม่ได้ทั้งหมดทุกบริษัท
ม.ล.จิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์
อย่างไรก็ดี สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากมาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS17 คือ จะไม่นับยอดขายหรือรายได้ (TOP LINE) เป็นเบี้ยประกันชีวิตแต่จะนับเป็น การบันทึกรายรับ-รายได้ (Insurance revenue)แทน เพื่อให้สัมพันธ์กับกำไร ซึ่งช่วง 4 ปีที่ผ่านมา การเติบโตของอุตสาหกรรมประกันชีวิตเหลืออยู่แค่ 4-5% จากที่เคยขยายตัวกว่า 10% โดยไตรมาสแรกปีนี้ อัตราการเติบโตติดลบ เพราะว่าผลกระทบของการขายผลิตภัณฑ์ลักษณะการชำระเบี้ยครั้งเดียว (Single Premium) หากบริษัทไหนที่ขายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว หลัง IFRS17 มีผลบังคับใช้ จะไปดึงกำไรลงทันที ซึ่่งกำไรไม่ได้หายไปไหนแต่ถูกโยกกำไรไปอยู่ฝั่งหนี้สิน ทำให้จะเห็นการลดลงอย่างหนักของเบี้ยประกันชีวิตที่หายไป
ดังนั้น บริษัทไหนที่ขายผลิตผลิตภัณฑ์แบบชำระเบี้ยครั้งเดียว จะถูกกระทบและเบี้ยจะค่อยๆ ลดลง และสินค้าแบบ Single Premium จะค่อยๆ หายไปจากตลาด ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับตํ่า ทำให้สินค้าแบบ Single Premium ไม่ค่อยได้กำไร แนวโน้มในอนาคตจะเห็นบริษัทประกันหันมาขายผลิตภัณฑ์ประกันควบการลงทุน (ยูนิตลิงก์) มากขึ้น เนื่องจากยูนิตลิงก์เป็นสินค้าที่ไม่ต้องตั้งสำรอง จึงไม่ได้รับผลกระทบจากการลงบัญชี IFRS17
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2 จะเห็นตัวเลขในอุตสาหกรรมเริ่มกลับมาดีขึ้น หลังจากที่มีอัตราการเติบโตติดลบตัวเลข 2 หลัก โดยเบี้ยรับปีแรกจะถอยไปจากฐานที่ไม่สูงเหมือนไตรมาส 1 ปี 2561 ซึ่่งผลิตภัณฑ์ที่มี
ปัญหาจะเป็นยูนิตลิงก์ จากยอดขายที่ดีมากในปีก่อน จึงจะเห็นการชะลอตัวในปีนี้ อย่างไรก็ดี หากบริษัทประกันเปลี่ยนจากการขาย Single Premium มาเป็นการชำระแบบรายงวด (Regular Premium) ได้ จะเป็นผลดีในระยะยาว
ขณะที่ส่วนของบริษัท กรุงเทพประกันชีวิตฯ ยังคงตั้งเป้าเติบโตเบี้ยปีแรกขยายตัว 2 หลัก ไม่ได้เปลี่ยนแปลง เนื่องจากไตรมาส 1 ปีก่อนสามารถขายเบี้ยรับปีแรกไว้สูงมาก ซึ่่งเป็นผลจากเป็นปีสุดท้ายที่ธนาคารกรุงเทพ จะขายสินค้าของบริษัทเจ้าเดียว ประกอบกับบริษัทเลิกขายผลิตภัณฑ์ Short Term รวมถึงอัตรามรณะใหม่ ที่จะออกมาในเดือนมิถุนายน 2561 ทำให้เบี้ยลดลง 20-30% อัตโนมัติ ส่งผลให้ผลงานในไตรมาส 1 ปีนี้ยอดขายใกล้เคียงกับไตรมาส 4 ปีก่อนที่เบี้ยปรับลดลง
อย่างไรก็ดีไตรมาสแรก ผลงานช่องทางตัวแทน(Agent) เติบโตเพิ่มขึ้น แต่เป็นผลมาจากยอดขายช่องทางขายประกันผ่านธนาคาร (แบงก์แอสชัวรันซ์)ปรับลดลงเล็กน้อย ดังนั้น ไตรมาส 1 และ 2 บริษัทจะวางรากฐานในการเติบโต โดยต้องมาปรับปรุงเรื่องของช่องทางตัวแทนให้แข็งแรงขึ้น แม้ว่าไตรมาสแรก สัดส่วนช่องทางตัวแทนจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่ใช่จากการเก่งขึ้น ซึ่งบริษัทกำลังปรับกระบวนทัพ คือ ปีที่แล้วอาจจะมีคนที่ออกไปและต้องสร้างทีมใหม่ ผ่านการหาตัวแทนเข้ามาเพิ่มเติม
หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจปีที่ 39 ฉบับที่ 3,474 วันที่ 30 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน พ.ศ. 2562






