
บจ.ไตรมาสแรกกำไรสุทธิ 2.53 แสนล้านบาท ลดลง 9.3%
หลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) รายงานยอดขายในไตรมาส 1/2562 รวม 2.92 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4% แต่มีกำไรสุทธิ 2.53 แสนล้านบาท ลดลง 9.3% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากผลประกอบการของหมวดธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมีภัณฑ์ปรับลดลง ขณะที่หมวดธุรกิจอาหารและอสังหาริมทรัพย์เติบโตดีมาก
ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2562 หลักทรัพย์จดทะเบียนมียอดขายรวม 2,921,953 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4% ขณะที่มีกำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core operating profit) 273,028 ล้านบาท ลดลง3.3%และมีกำไรสุทธิ 252,500 ล้านบาท ลดลง 9.3% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน
“หลักทรัพย์จดทะเบียนไทยยังคงมียอดขายเติบโตดี แต่มีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Core operation profit margin) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 9.3% เทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนที่ 10.1%จากการที่ธุรกิจหมวดพลังงานและปิโตรเคมีภัณฑ์ได้รับผลกระทบเรื่องค่าการกลั่นและส่วนต่างราคาน้ำมันที่ลดลงตามภาวะตลาดต่างประเทศ ประกอบกับหมวดพาณิชย์และหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคมีการแข่งขันสูงขึ้น
ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ (Net profit margin) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 8.6% เทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนที่ 9.9% จากผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและการบันทึกกำไรจากเงินลงทุนที่ไม่สูงเท่าในไตรมาส 1/2561” นายแมนพงศ์ กล่าว
สำหรับฐานะการเงินของกิจการ ณ สิ้นไตรมาส 1/2562 อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 1.32 เท่า จากช่วงเดียวกันในปีก่อนที่ 1.21 เท่า
หมวดธุรกิจที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น คือ หมวดอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเติบโตดีจากสินค้าประเภทเครื่องดื่ม อาหารสด และการขยายตลาดในภูมิภาค CLMV หมวดธนาคารที่เติบโตดีตามการขยายสินเชื่อ และหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งได้ประโยชน์จากการที่ผู้บริโภคเร่งโอนโครงการก่อนที่มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจะบังคับใช้ในไตรมาส 2/2562






