thansettakij
thansettakij
‘เดอะเนชั่น’ เปลี่ยนแพลตฟอร์ม  สู่หนังสือพิมพ์ออนไลน์1ก.ค.62

‘เดอะเนชั่น’ เปลี่ยนแพลตฟอร์ม สู่หนังสือพิมพ์ออนไลน์1ก.ค.62

18 พ.ค. 62 | 06:42 น.
อัปเดตล่าสุด :18 พ.ค. 62 | 06:54 น.

 

 

“เนชั่น” แจงเตรียมหยุดพิมพ์ “เดอะ เนชั่น” พร้อมปรับสู่แพลตฟอร์มออนไลน์เต็มตัว 1 ก.ค. 62 เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย หลังพบคนอ่านเป็นชาวต่างชาติกว่า 64% ที่อ่านผ่านเว็บไซต์ และโซเชียลมีเดีย ยันไม่เลิกจ้างพนักงาน ไม่ยุบกองบรรณาธิการ

นายสมชาย มีเสน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเนชั่น มัลติมีเดียกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ NMG ให้สัมภาษณ์รายการห้องข่าวกรุงเทพธุรกิจ ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 เมื่อวานนี้ (16 พ.ค.) ว่า หนังสือพิมพ์ THE NATION จะหยุดผลิต และจะเปลี่ยนสู่แพลตฟอร์มออนไลน์

‘เดอะเนชั่น’ เปลี่ยนแพลตฟอร์ม  สู่หนังสือพิมพ์ออนไลน์1ก.ค.62

สมชาย มีเสน

อย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป หลังผลสำรวจพบว่า ผู้อ่านเดอะเนชั่น ส่วนใหญ่ 70% เป็นชาวต่างประเทศ

ขณะที่กลุ่มผู้อ่านและผู้ติดตามสื่อในเครือเนชั่น ผ่านช่องทางออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 17 ล้านคนในเดือนมีนาคม 2561 มาเป็น 22 ล้านคนในเดือนเมษายน 2562 เป็นการสะท้อนทิศทางสื่อในอนาคต ที่ผู้อ่านและผู้ติดตามมุ่งสู่ออนไลน์มากขึ้น

นายสมชาย กล่าวว่า หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น ที่พิมพ์จำหน่ายในประเทศ ตลาดหลักเป็นแบบขายล็อตใหญ่ ให้ลูกค้าองค์กร โรงแรม โรงพยาบาล ที่ราคาขายจะตํ่ากว่าวางแผงขายปลีก โดยราคาขายปลีกอยู่ที่เล่มละ 30 บาท แต่ขายส่งให้องค์กรจะอยู่ที่เล่มละ 8 บาทเท่านั้น ขณะที่ต้นทุนการผลิตต่อเล่มอยู่ที่ 16 บาท

“ผลการดำเนินงาน 5 ปีที่ผ่านมา เดอะเนชั่น ขาดทุนตลอดปีละ 30 ล้านบาท การเปลี่ยนสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ จะเป็นการหยุดขาดทุน และขยายตลาดผู้อ่านมากขึ้น” นายสมชาย กล่าว

 

เข้ามาผ่าตัด-ไม่เลิกจ้าง

นายสมชาย กล่าวว่า แนวโน้มสื่อใหม่ หรือ นิวมีเดีย เติบโตขึ้นเรื่อยๆแทนที่สื่อเก่า ซึ่งธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์มีทิศทางถดถอย เห็นได้จากที่เม็ดเงินโฆษณาและยอดขาย ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ปีละประมาณ 20% แต่สื่อที่เป็นนิวมีเดียมีการโตเพิ่มขึ้น 20% ต่อปี ทำให้บริษัทต้องปรับตัว

ทั้งนี้ เอ็มเอเอที คาดการณ์ว่า การใช้จ่ายเงินโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ในปี 2562 ยอดจะลดลงเหลือเพียง 4,675 ล้านบาทเท่านั้น ลดลงจากปี 2561 ที่อยู่ที่ 6,100 ล้านบาท โดยเมื่อปี 2553 เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์อยู่ที่ราว 15,000 ล้านบาท  

“ผมเข้ามาบริหารเนชั่นเมื่อวันที่  1 กุมภาพันธ์ 2561 ผมเข้ามาผ่าตัด ไม่ใช่เข้ามารักษาไข้ ทีมผู้บริหารชุดใหม่พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่า ต้องปรับเปลี่ยนหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นจากสิ่งพิมพ์ ไปเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมายของผู้อ่าน ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 นี้ และจะมีการพัฒนาต่อเนื่อง เป็นหนังสือ พิมพ์เสียงในอนาคตหลังจากที่หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจได้นำร่องไปแล้ว” นายสมชาย กล่าว

นอกจากนี้ภายในเดือนตุลาคม 2562 หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น ฉบับออนไลน์จะผลิตข่าวเป็นภาษาจีนด้วย เนื่องจากปัจจุบันคนจีนเข้ามาลงทุน และท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น ปีละหลายสิบล้านคน 

“จะไม่มีการเลิกจ้าง กองบรรณาธิการและพนักงาน เดอะเนชั่น ยังคงทำงานต่อไปเหมือนเดิม เพียงแต่จะเปลี่ยนแพลตฟอร์มจากสิ่งพิมพ์ไปสู่ออนไลน์”นายสมชาย กล่าว


 

 

ยันไม่ปิดคมชัดลึก

นายสมชาย กล่าวว่า ส่วนหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึกนั้นจะไม่มีการปิดตัว จากก่อนหน้านี้กลุ่มผู้บริหารชุดเดิม มีแผนจะปิดหนังสือพิมพ์ แต่กลุ่มผู้บริหารชุดใหม่เข้ามา ได้พิจารณาเรื่องต้นทุนและค่าใช้จ่าย และจากการหารือกับทางกองบรรณาธิการ ต้องการที่จะทำต่อ จึงได้มีการปรับเปลี่ยน โดยการลดหน้าลง การรวมฉบับเสาร์-อาทิตย์ อย่างไรก็ตามหลังปรับเปลี่ยน พบว่า คม ชัด ลึก ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้ แต่จะไม่มีกำไร จึงมีการนำคอนเทนต์ไปสู่นิวมีเดีย และเชื่อว่าหนังสือพิมพ์คม ชัดลึก จะมีการเติบโตในนิวมีเดียมากขึ้นในอนาคต

บริษัทตั้งเป้าธุรกิจนิวมีเดีย เติบโตมากกว่า 20% ต่อปี ซึ่งจะทำให้รายได้ธุรกิจนิวมีเดียเติบโตมากขึ้น เพื่อชดเชยรายได้จากธุรกิจสื่อเก่าที่จะลดลง จากที่แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลก จากปัจจุบันที่คนไทยมีสมาร์ทโฟน ที่จดทะเบียนอยู่จำนวน 50 ล้านเครื่อง มีโทรทัศน์ 20 ล้านเครื่อง ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์มีมากสุดเพียง 2 แสนฉบับ และกลุ่มบริษัทจะนำคอนเทนต์ข่าวต่างๆเข้าไปสู่นิวมีเดียในทุกแพลตฟอร์ม

 

 

เติมคอนเทนต์ทีวีช่อง 22 สู่สถานีข่าว

นายสมชาย กล่าวว่า ส่วนธุรกิจทีวีดิจิทัล ที่ผ่านมาได้มีการแก้ไขปัญหาแล้ว โดยได้มีการคืนใบอนุญาตช่อง 26 ซึ่งเป็นช่องวาไรตีที่กลุ่มเนชั่นไม่มีความถนัด ได้มีการประมูลมาเมื่อปี 2557 ด้วยเม็ดเงินกว่า 2,200 ล้านบาท และมีการลงทุนเพิ่มเติมอีกจำนวน หนึ่ง ซึ่งถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กลุ่มเนชั่นเป็นหนี้สูงถึง 1,570 ล้านบาท และทำให้กลุ่มเนชั่น เกือบล่มจมจากการประมูลช่อง 26 แต่หลังจากที่ทีมผู้บริหารใหม่เข้ามา ได้ดำเนินการขายธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักออกไป เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ ทำให้ปัจจุบันมีหนี้เหลือประมาณ 900 ล้านบาท

“คอนเทนต์ข่าวดีๆของช่อง 26 จะนำมารวมอยู่ช่อง 22 ทำให้ช่องเนชั่น 22 เป็นสถานีข่าวอย่างแท้จริง คอนเทนต์ที่เป็นวาไรตี และโฮมช็อปปิ้ง ที่ปัจจุบันแฝงอยู่จะหมดไป”นายสมชาย กล่าวและว่า

“ทิศทางของกลุ่มเนชั่นที่จะก้าวสู่ทศวรรษที่ 5 การทำธุรกิจจะไม่มั่ว จะเน้นคอนเทนต์ข่าวสาร ที่เป็นผู้นำด้านข่าวสาร นอกจากความรวดเร็วแล้ว ที่เรามีมากกว่าคนอื่นคือ ความรับผิดชอบ” 

 

หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3,471 วันที่ 19-22 พฤษภาคม 2562

‘เดอะเนชั่น’ เปลี่ยนแพลตฟอร์ม  สู่หนังสือพิมพ์ออนไลน์1ก.ค.62