thansettakij
thansettakij
เมย์แบงก์ กิมเอ็ง 5 หุ้นเด่น รับอานิสงส์มาตรการพยุงเศรษฐกิจ

เมย์แบงก์ กิมเอ็ง 5 หุ้นเด่น รับอานิสงส์มาตรการพยุงเศรษฐกิจ

02 พ.ค. 62 | 11:06 น.

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดมาตรการพยุงเศรษฐกิจ วงเงิน 1.3 หมื่นล้านบาท ดึงให้เศรษฐกิจโตตามเป้า 3.9% ได้ แนะ 5 หุ้นเด่น รับอานิสงส์  BJC-ROBINS-SPALI-ERW- KTC
วิจิตร อารยะพิศิษฐ

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)เปิดเผยว่า ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยผชิญกับปัจจัยหลายด้าน ทั้ง การส่งออกที่อ่อนแอจากสงครามการค้าโลก การท่องเที่ยวไทยที่ยังไม่กลับมาฟื้นตัวเต็มที่ การบริโภคที่ขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป การลดเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์ผ่านการเพิ่ม LTV รวมถึงโครงการประมูลภาครัฐฯที่ล่าช้า ซึ่งอาจทำให้ GDP ไทยโตได้ไม่ถึงเป้าที่ภาครัฐฯคาดไว้ที่ 3.9% 
 

ดังนั้นรั ฐฯจึงพยายามออกนโยบายมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ผ่าน 2 มาตรการหลักคือ 1.การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐฯ และ 2.การส่งเสริมการใช้จ่ายผ่านการลดหย่อนภาษี พยุงเศรษฐกิจผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐฯ รัฐฯอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจรอบนี้กว่า 1.3 หมื่นล้านบาท เข้าสู่ 4 กลุ่มเป้าหมายสำคัญคือ ผู้พิการ จำนวน 1.16 ล้านคน, เกษตรกร จำนวน 4.1 ล้านคน, พ่อแม่ที่มีบุตร จำนวนบุตร 2.7 ล้านคน และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 14.6 ล้านคน
 

มาตรการภาษีส่งเสริมการใช้จ่าย 6 มาตรการลดหย่อนภาษี ที่กระจายครอบคลุมสู่หลากหลายอุตสาหกรรมที่จะช่วยกระตุ้นภาคการใช้จ่ายให้เพิ่มมากขึ้น ทั้งด้าน การท่องเที่ยว, การศึกษาและกีฬา, สินค้าOTOP, การอ่าน, อสังหาริมทรัพย์ และระบบ e-Tax 
 

กลยุทธ์การลงทุน บริษัทแนะสะสม 5 หุ้นเด่น ที่คาดจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯคือ BJC: อานิสงส์บวกโดยตรงจากการจับจ่ายใช้สอยสินค้าอุปโภคบริโภค ROBINS: เน้นกระจายสาขาตามต่างจังหวัดเป็นหลัก / Valuation ไม่แพง  SPALI: แผนการเติบโตยังโดดเด่น และเข้าข่ายมีที่อยู่อาศัยที่ต่ำกว่า 5  ล้านบาท ERW:สาขาโรงแรมกระจายตัวอยู่ทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง และ KTC:รับผลบวกจากการจับจ่ายใช้สอย เพื่อรับผลประโยชน์ทางภาษี