
"แบงก์ชาติ" หวั่น! ตั้งรัฐบาลช้า การเมืองวุ่นวายกระทบ ศก.
แบงก์ชาติประเมินหากจัดตั้งรัฐบาลเร็ว จีดีพีขยายตัวตามเป้า แต่หากล่าช้า การเมืองวุ่นวาย เกิดเหตุประท้วง มีผลกระทบเศรษฐกิจ เชื่อระยะสั้นมีความไม่แน่นอนสูง
นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่า หากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ทำได้เร็ว หรือไม่เกินเดือน มิ.ย. 2562 ตามสมมติฐานที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คาดไว้ ก็เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และ GDP ปีนี้จะยังขยายตัวได้ 3.8% ตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่ทั้งนี้ ไม่ได้รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการจัดการเลือกตั้งรัฐบาลได้ล่าช้าไปกว่านั้น มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ตลอดจนเกิดปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง เช่น การชุมนุมประท้วง
"ถ้าตั้งรัฐบาลได้เร็ว ปัจจัยความไม่แน่นอนต่าง ๆ ก็จะหายไป แต่ปัญหาตอนนี้ คือ ไม่รู้ว่าหลังเลือกตั้งแล้วจะเดินไปในทิศทางไหน ทำให้คาดเดาแนวโน้มเศรษฐกิจยาก แต่ก็เป็นไปตามที่ กนง. คาดการณ์ไว้ว่า ในระยะสั้นยังมีความไม่แน่นอนสูง แต่ถ้าดูนโยบายแต่ละพรรค และพอรู้ว่า พรรคไหนจะมาเป็นรัฐบาล ก็สามารถเอานโยบายมารวมในสมมติฐานคาดการณ์เศรษฐกิจได้" นายดอน กล่าว
สำหรับภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.พ. 2562 ขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อน โดยอุปสงค์ในประเทศขยายตัวตามเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวต่อเนื่องในทุกหมวดการใช้จ่าย และการใช้จ่ายภาครัฐที่ขยายตัวจากรายจ่ายประจำ อย่างไรก็ดี เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนหดตัวตามการลงทุนในหมวดก่อสร้าง ด้านภาคการท่องเที่ยวทรงตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน ขณะที่ การส่งออกสินค้ายังหดตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่หดตัว
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเร่งขึ้นตามราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศและราคาอาหารสดเป็นสำคัญ สำหรับอัตราการว่างงานที่ปรับฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเพิ่มขึ้นตามดุลการค้าเป็นสำคัญ ขณะที่ ดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายขาดดุลสุทธิ
ทั้งนี้ จะเริ่มเห็นแนวโน้มการส่งออกฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลัง ส่วนช่วงครึ่งปีแรกจะยังมีเพียงบางเดือนที่ขยายตัวและบางเดือนหดตัว สลับกันไป โดยว่า การส่งออกในไตรมาส 1/62 จะหดตัว และมีความเป็นไปได้ที่ครึ่งปีแรกจะหดตัวด้วย แต่ยังเป็นเรื่องระยะยาวไปที่จะคาดการณ์ ส่วนในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่า สถานการณ์เศรษฐกิจโลกน่าจะปรับตัวดีขึ้น การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนน่าจะได้ข้อสรุป
นอกจากนี้ คาดว่า หลายประเทศจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งหยุดความเข้มงวดในการใช้นโยบายดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกไม่ให้ทรุดตัวลงต่อเนื่อง รวมทั้งยังคาดว่า เศรษฐกิจโลกน่าจะถึงจุดต่ำสุดในช่วงครึ่งปีหลัง จากนั้นจะเริ่มฟื้นตัวได้ ส่วนปัจจัยภายในที่คาดว่าจะช่วยให้การส่งออกขยายตัวได้ดีขึ้น มาจากการย้ายฐานการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ แม้แนวโน้มการผลิตเพื่อส่งออกจะยังไม่ฟื้นตัว แต่ก็เห็นสัญญาณการนำเข้าเพื่อขยายกำลังการผลิตในระยะต่อไป รวมทั้งการประกาศปลดธงการแก้ไขปัญหาประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IUU) ให้กับไทย ซึ่งจะช่วยให้การส่งออกฟื้นตัวดีขึ้นบ้าง
อย่างไรก็ดี แนวโน้มการส่งออกของไทยในปีนี้ คงเติบโตไม่มากนัก โดยอยู่ที่คาดการณ์ 3% ซึ่งเป็นการขยายตัวต่ำกว่าปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 7%






