
หุ้น "STEC" เด้งรับเลือกตั้ง โบรกเชียร์เก็งกําไรระยะสั้น
ราคาหุ้น STEC เด้งรับพรรคภูมิใจไทย ปรับขึ้นกว่า 3% สวนตลาดหุ้น โบรกฯ แนะซื้อเก็งกำไรระยะสั้น อานิสงส์จากเลือกตั้ง ยอดแบ็กล็อกกว่า 1.05 แสนล้านบาท ประเมินปรับขึ้นค่าแรงปี 2563 ไม่กระทบ
เด้งรับเลือกตั้งสวนทางตลาดหุ้นที่ปรับลดลง โดยราคาหุ้น บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ถือหุ้นใหญ่ 4.69% เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2562 ปิดที่ 23.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท หรือ เปลี่ยนแปลง 3.04% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 2,112.16 ล้านบาท ราคาสูงสุดอยู่ที่ 24.00 บาท และตํ่าสุดอยู่ที่ 23.30 บาท และนับตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. นี้ ราคาหุ้น STEC ปรับขึ้นมาแล้ว 1.4 บาท เพิ่มขึ้น 6.28%
นายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทยฯ กล่าวว่า หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง โดยเฉพาะพรรคตัวแปร คือ พรรคภูมิใจไทย ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค และกวาดไปถึง 51 ที่นั่ง จะมีอำนาจในการต่อรองได้มากพอสมควร ทำให้ STEC มีความน่าสนใจในการเก็งกำไรระยะสั้น
บล.กสิกรไทยฯ ให้ราคาเป้าหมายหุ้น STEC ที่ 30.10 บาท เนื่องจากมียอดแบ็กล็อกเดือน มี.ค. 2562 ระดับสูงถึง 1.05 แสนล้านบาท ราคาเหล็กที่ลดลง ตลอดจนภาพรวมกำไรที่เป็นบวก
บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย)ฯ คาดว่า STEC จะมีรายได้โต 20% เป็น 3.3 หมื่นล้านบาทในปี 2562 ขณะที่ ผู้บริหาร STEC ตั้งเป้ารายได้เติบโต 10-15% เป็น 3 หมื่นล้านบาท ในปีนี้ และคาดว่า อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของบริษัท จะเพิ่มขึ้นจาก 7.5% ในปี 2561 เป็น 8-9% ในปี 2562 ทั้งนี้ การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองที่มีความคืบหน้ารวดเร็ว ทำให้คาดว่า ในไตรมาสแรกปีนี้ STEC จะมีรายได้เติบโตก้าวกระโดดถึง 40% และมีอัตรากำไรขั้นต้นเป็น 7.5% เนื่องจากราคาเหล็กลดลง 4.9% (YoY) และมียอดแบ็กล็อก 1.05 แสนล้านบาท เทียบเท่ากับรายได้ 3.2 ปี เป็นระดับที่ปลอดภัย ซึ่งถึงแม้จะไม่มีการเปิดประมูลโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไปอีก 2-3 ไตรมาส เพราะเป็นช่วงเลือกตั้ง แต่จากแบ็กล็อกที่มีจึงไม่น่ากังวล
นายเกษม พันธ์รัตนมาลา กรรมการและหัวหน้าส่วนงานวิจัย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบีฯ ระบุอีกว่า หากมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นตํ่า 30% ในปี 2563 เชื่อว่ารัฐบาลใหม่จะไม่ปรับขึ้นค่าแรงขั้นตํ่ารวดเดียว 30% แต่จะทยอยปรับขึ้น ภายในระยะเวลา 2-3 ปี แต่หากรัฐบาลใหม่ปรับขึ้นค่าแรงขั้นตํ่า 30% ในปีหน้า ประเมินว่า ผลกระทบอาจทําให้กําไรของ STEC ในปี 2563 ลดลง 25% คงคําแนะนํา "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมายเดิม 29 บาท อิง P/E 23 เท่า
ด้าน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย)ฯ ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนดีเกินคาดเป็นจิตวิทยาทางบวก ขณะที่ ความกังวลเรื่องค่าแรงขั้นตํ่าอาจส่งผลลบต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง แต่ความเป็นจริงกลุ่มรับเหมาก่อสร้างได้ปรับตัวมานานแล้ว มีการใช้แรงงานเครื่องจักร หรือ หุ่นยนต์แทนแรงงาน อีกทั้งปัจจุบันค่าแรงเกือบ 400 บาทต่อวัน ตามภาวะตลาดอยู่แล้ว ผลกระทบจึงจำกัดราว 1-2% ยังคงแนะนำซื้อ STEC โดยให้ราคาเป้าหมาย 31 บาท และ CK ที่ 30 บาท
ทั้งนี้ โบรกเกอร์ 15 ราย ให้ราคาเป้าหมาย STEC เฉลี่ยที่ 28.82 บาท ราคาตํ่าสุดที่ 22.10 บาท และสูงสุดที่ 31.00 บาท
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3,456 วันที่ 28-30 มีนาคม 2562






