
การเมือง ดึงบาทแกว่งแห่ทิ้งหุ้น-บอนด์
กูรูคาดครึ่งปีแรก เงินบาทยังแกว่งตัว แข็งค่าแตะ 31.50 ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เหตุการเมืองในประเทศซํ้าเติมปัจจัยภายนอก จากความไม่แน่นอนของรัฐบาลใหม่ ส่งผลนักลงทุนไม่เชื่อมั่น เทขายทั้งหุ้น-ตราสารหนี้
การเคลื่อนไหวของเงินบาทตั้งแต่ต้นปี 2562 ค่าเงินบาทแข็งค่ามาแล้ว 2.4% โดยล่าสุด 4 มีนาคม 2562 ปิดการซื้อขายที่ระดับ 31.78 บาท จากสิ้นปี 2561 อยู่ที่ 32.55 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นการแข็งค่ามากกว่าสกุลเงินในภูมิภาค และยังขึ้นไปแข็งค่าแตะระดับ 31.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯทำสถิติสูงสุดในรอบ 5 ปีของเช้าวันที่ 5 มีนาคม ก่อนจะกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบ 31.80-31.85 บาทต่อดอลลาร์ หลักๆ เป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯและการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯได้ปรับตัวอ่อนค่าลงมาแล้ว โดยเฉพาะช่วงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ เงินบาทได้อ่อนค่าลงถึง 2.6% เป็นระดับอ่อนค่าแรงที่สุดเมื่อเทียบกับสกุลเงินของประเทศในภูมิภาค หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ประกาศตัวเลขดุลการค้าพบว่า ขาดดุลการค้าสูงถึง 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นผลกระทบจากปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน ขณะที่เงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ต้นปีถึง 4 มีนาคม ไหลออกจากตลาดหุ้นไทยแล้ว 5.85 พันล้านบาทและขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 5.9 พันล้านบาท
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดเปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงแนวโน้มค่าเงินบาทว่า เงินบาทที่อ่อนค่าลงในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์เพียงไม่กี่วันและอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ตามค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่อ่อนค่าลงด้วย ประกอบกับมีประเด็นทางเทคนิคเรื่องการปรับ Position และนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดตราสารหนี้ด้วย
สำหรับทิศทางที่เหลือยังมีหลายปัจจัยที่จะกดดันเงินดอลลาร์สหรัฐฯทั้งการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) วันที่ 19-20 มีนาคม การประชุมเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนในวันที่ 27 และ 29 มีนาคม อังกฤษครบกำหนดออกจากสหภาพยุโรป(Brexit) ซึ่งยังไม่รวมปัจจัยทางการเมืองและภัยธรรมชาติ
“มองไปข้างหน้า ยังมีหลายปัจจัยที่จะกดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จึงคาดเดาทิศทางยาก เฉพาะ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ดอลลาร์สหรัฐฯแกว่งแรง และมีประเด็นทางเทคนิคของการเปลี่ยน Position ขณะที่การเมืองในประเทศเองอาจทำให้นักลงทุนอ่อนไหวในความไม่แน่นอนว่า หลังเลือกตั้งใครจะมาเป็นรัฐบาล แต่ทิศทางเงินบาทอ่อนไหวจากปัจจัยต่างประเทศมากกว่า โดยมองเงินบาทที่ 31.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และอยู่ในภาวะแกว่งตัวหรือที่เรียกว่า Swing”
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทยกล่าวว่า ด้วยตลาดทุนและตลาดเงินโลกเริ่มตึงตัวจากตลาดปิดรับความเสี่ยงประกอบกับต้นปี เงินบาทแข็งค่ากว่าสกุลเงินประเทศในภูมิภาค จึงเกิดการเทขายเงินบาทจากนักค้าเงิน และนักเก็งกำไรจากทั่วโลก ขณะที่ต้นเดือนกุมภาพันธ์จนถึงช่วงก่อนสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์มีปัจจัยการเมืองในประเทศเข้ามาผสมโรง ซึ่งสถานการณ์เทขายเงินบาทยังคงมีอยู่ เช่นเดียวกับตลาดการเงินผันผวนจากปัจจัยต่างประเทศ
“โดยเฉพาะเดือนเมษายนนี้ ประเมินว่า สหรัฐฯจะปรับขึ้นกำแพงภาษีจีน ซึ่งแนวโน้มยังเห็นเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่า โดยไตรมาสแรกจะอยู่ที่ระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯและไตรมาส 2 อาจเห็นระดับ 32 บาท ซึ่งทิศทางอ่อนค่าของเงินบาทจะเป็นผลบวกต่อการส่งออก แต่กลับเป็นปัจจัยลบต่อนักลงทุน เพราะนอกจากตลาดทุนไม่น่าสนใจแล้ว ความเชื่อมั่นทั้งหุ้นและพันธบัตรจะลดลงทันที จึงมีโอกาสจะเห็นนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องทั้งตลาดหุ้นและตราสารหนี้”
อย่างไรก็ตาม สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(สรท.)ได้หารือเรื่องสถานการณ์ส่งออก ค่าเงินบาทและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2562 โดยนางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธปท.ระบุว่า เป็นการหารือร่วมกันถึงทิศทางการค้าโลก การส่งออกและค่าเงิน ซึ่งมีความเห็นร่วมกันว่า บรรยากาศการค้าโลกปีนี้ โดยรวมเศรษฐกิจโลกจะท้าทายมากขึ้นเมื่อเทียบปีก่อน โจทย์สำคัญคือ ผู้ประกอบการจะสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดเงินโลกอย่างไร โดยการส่งออกชะลอจากปัจจัยภายนอก ทั้งการค้าโลก การปรับลดสต๊อก ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับผู้ส่งออกประเทศอื่นแต่บางอุตสาหกรรมเป็นผลจากสงครามการค้า และแนวโน้มระยะข้างหน้าการส่งออกไทยขึ้นอยู่กับบรรยากาศการค้าโลกและอุปสงค์ของประเทศคู่ค้า
ด้านเงินบาทตั้งแต่ต้นปี 2562 ปรับแข็งค่าขึ้นประมาณ 2.3% โดยบางช่วงเงินบาทแข็งค่าเร็วไม่สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจ ซึ่งธปท.ได้เข้าดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เวลาเอกชนปรับตัวในระยะข้างหน้า ขณะที่เงินบาทยังมีแนวโน้มผันผวนได้ 2 ทางตามความผันผวนของเศรษฐกิจ และตลาดการเงินโลก ดังนั้น ภาคเอกชนควรพิจารณาป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้ง 2 ด้าน ขณะที่เงินลงทุนในหลักทรัพย์ของนักลงทุนต่างชาติเห็นตัวเลขการไหลออกสุทธิ
หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,450 วันที่ 7 - 9 มีนาคม พ.ศ. 2562






