
FETCO ชงนโยบาย 7 ข้อ เสนอ 4 พรรคการเมืองใหญ่
FETCO เตรียมหารือ 4 พรรคการเมืองขนาดใหญ่ เสนอนโยบาย 7 ข้อ หนุนตลาดทุนไทยพัฒนาและเกิดการออมเงินเพิ่มขึ้น
[caption id="attachment_394501" align="aligncenter" width="334"]
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร[/caption]
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า สมาคมได้เตรียมเข้าหารือกับ 4 พรรคการเมืองขนาดใหญ่ ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย เพื่อนำเสนอนโยบายที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนไทยให้กับพรรคการเมืองพิจารณา หากสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ โดยจะช่วยสนับสนุนให้ตลาดทุนไทยมีการพัฒนาและเกิดการออมเงินเพิ่มขึ้น
สำหรับข้อเสนอที่จะให้ 4 พรรคการเมือง พิจารณา แบ่งเป็น 7 ข้อ ได้แก่ การส่งเสริมกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) เพื่อรองรับคนสูงวัยในอนาคตมีเงินไว้ใช้ในยามเกษียณแบบภาคบังคับ, สนับสนุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) ที่ปรับเปลี่ยนจากการลดหย่อนภาษี เป็นการให้เครดิตภาษีแทน, อนุญาตให้สมาคมการค้าต่าง ๆ สามารถลงทุนในตลาดทุนไทยได้ เพื่อขยายวงเงินการลงทุน
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ขจัดอุปสรรค เช่น แก้ไข พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด ด้วยการปรับปรุงให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น, ผลักดันร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการประกอบธุรกิจด้วยเทคโนโลยีทางการเงิน (ร่าง พ.ร.บ.ฟินเทค), ผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ทรัสต์เพื่อการจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคล ให้เกิดขึ้น และเพิ่มเวทีให้ FETCO เข้าไปมีส่วนร่วมต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา FETCO ได้หารือร่วมกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายกรณ์ จาติกวณิช ประธานกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ โดยนำเสนอให้พรรคประชาธิปัตย์พิจารณาทั้ง 7 ข้อ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
[caption id="attachment_394501" align="aligncenter" width="334"]
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า สมาคมได้เตรียมเข้าหารือกับ 4 พรรคการเมืองขนาดใหญ่ ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย เพื่อนำเสนอนโยบายที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนไทยให้กับพรรคการเมืองพิจารณา หากสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ โดยจะช่วยสนับสนุนให้ตลาดทุนไทยมีการพัฒนาและเกิดการออมเงินเพิ่มขึ้น
สำหรับข้อเสนอที่จะให้ 4 พรรคการเมือง พิจารณา แบ่งเป็น 7 ข้อ ได้แก่ การส่งเสริมกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) เพื่อรองรับคนสูงวัยในอนาคตมีเงินไว้ใช้ในยามเกษียณแบบภาคบังคับ, สนับสนุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) ที่ปรับเปลี่ยนจากการลดหย่อนภาษี เป็นการให้เครดิตภาษีแทน, อนุญาตให้สมาคมการค้าต่าง ๆ สามารถลงทุนในตลาดทุนไทยได้ เพื่อขยายวงเงินการลงทุน
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ขจัดอุปสรรค เช่น แก้ไข พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด ด้วยการปรับปรุงให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น, ผลักดันร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการประกอบธุรกิจด้วยเทคโนโลยีทางการเงิน (ร่าง พ.ร.บ.ฟินเทค), ผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.ทรัสต์เพื่อการจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคล ให้เกิดขึ้น และเพิ่มเวทีให้ FETCO เข้าไปมีส่วนร่วมต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา FETCO ได้หารือร่วมกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายกรณ์ จาติกวณิช ประธานกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ โดยนำเสนอให้พรรคประชาธิปัตย์พิจารณาทั้ง 7 ข้อ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว






