
เปิดผลงาน 'รพี' ก่อนอำลาเก้าอี้เลขาฯก.ล.ต.
| รายงานพิเศษ
| เรื่อง : เปิดผลงาน 'รพี' ก่อนอำลาเก้าอี้เลขาฯก.ล.ต.
……………….
"คนพูดไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้พูด" วลีเด็ดจาก "รพี สุจริตกุล" เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อต้องกล่าวถึงแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ในงาน "SEC Conference 2019 : Capital Market for All" ซึ่งต้องขอกล่าวในประเด็นกว้าง ๆ เพราะในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง จึงขอส่งไม้ต่อให้กับเลขาธิการคนใหม่ที่จะมารับช่วงในอีกไม่นานนี้
ที่ผ่านมา เรียกได้ว่า ผลงานของ "รพี สุจริตกุล" เรียกเสียงฮือฮาในตลาดทุนได้เป็นอย่างดี จากการดำเนินคดีต่าง ๆ และที่สำคัญเป็นคดีใหญ่ทั้งสิ้น
[caption id="attachment_393637" align="aligncenter" width="318"]
รพี สุจริตกุล[/caption]
คดีส่งท้ายปี 2561 คือ การดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 40 ราย กรณีสร้างราคาหุ้น บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) (AJD) ซึ่งปัจจุบัน คือ บริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (AJA) โดยเรียกชำระค่าปรับทางแพ่งรวม 1,727.38 ล้านบาท พร้อมสั่งห้ามเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ นายอมร มีมะโน
ต้นปี 2562 ก็สร้างความตกใจให้กับนักลงทุนอีกครั้ง ด้วยคดีมาตรการลงโทษทางแพ่งกับบิ๊กเนม อย่าง นายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ และพรรคพวก กรณีสร้างราคาหลักทรัพย์ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BA) โดยเรียกให้ชำระค่าปรับทางแพ่งรวม 499.45 ล้านบาท และสั่งห้ามเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน
บิ๊กเนม เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า นายปราเสริฐ หรือ หมอเสริฐ คือ เจ้าของและผู้บริหารโรงพยาบาลใหญ่ "กรุงเทพดุสิตเวชการ" และเป็นแชมป์เศรษฐีหุ้นอันดับ 1 ถึง 6 ปีซ้อน
ไม่ใช่แค่ผลงานด้านดำเนินคดีเท่านั้น ด้านงานตามยุทธศาสตร์ 3 ปี (2561-2563) ก็ทำได้ดีเช่นกัน โดยได้ดำเนินการตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 สนับสนุนผู้ให้บริการด้านการให้คำแนะนำและวางแผนทางการเงินที่ประชาชนเข้าถึงได้และมีคุณภาพ ยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างโอกาสในการระดมทุนเพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์ที่ 3 สร้างศักยภาพการแข่งขันของตลาดทุนไทย โดยการยกระดับสมรรถนะโครงสร้างพื้นฐานรองรับการประกอบธุรกิจแบบ Digitization ยุทธศาสตร์ที่ 4 รู้เท่าทันความเสี่ยงและกำกับดูแลได้อย่างตรงจุด และยุทธศาสตร์ที่ 5 ยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลและการบริหารจัดการองค์กร
ถ้าจะให้ประเมินผลงานตัวเองกับช่วงที่ผ่านมา ก่อนครบวาระการทำงานในฐานะเลขาธิการ ก.ล.ต. "รพี" กล่าวว่า ได้ทำทุกอย่างที่อยากทำแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การวางรากฐานองค์กรและพนักงาน การสร้างความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตร ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยลงนามความร่วมมือแลกเปลี่ยนเรื่องการบริหารความเสี่ยง ยกมาตรฐานกฎเกณฑ์ในหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะบริการคำแนะนำการลงทุน จากการจัดทำโครงการ 5 ขั้น มั่นใจลงทุน เพื่อตอบโจทย์ดูแลผู้ลงทุนในโครงการบริษัทเกษียณสุข
"ส่วนจะฝากอะไรกับเลขาธิการคนใหม่หรือไม่นั้น คงไม่ต้องฝากอะไร เพราะเคยทำงานร่วมกันที่ ก.ล.ต. มาก่อนแล้ว ทราบว่าเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ และเข้าใจองค์กรอยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้เดินหน้าตามยุทธศาสตร์แผนงานของ ก.ล.ต. ต่อไปได้" นายรพี กล่าว
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,447 วันที่ 24-27 กุมภาพันธ์ 2562
| เรื่อง : เปิดผลงาน 'รพี' ก่อนอำลาเก้าอี้เลขาฯก.ล.ต.
……………….
"คนพูดไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้พูด" วลีเด็ดจาก "รพี สุจริตกุล" เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อต้องกล่าวถึงแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ในงาน "SEC Conference 2019 : Capital Market for All" ซึ่งต้องขอกล่าวในประเด็นกว้าง ๆ เพราะในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง จึงขอส่งไม้ต่อให้กับเลขาธิการคนใหม่ที่จะมารับช่วงในอีกไม่นานนี้
ที่ผ่านมา เรียกได้ว่า ผลงานของ "รพี สุจริตกุล" เรียกเสียงฮือฮาในตลาดทุนได้เป็นอย่างดี จากการดำเนินคดีต่าง ๆ และที่สำคัญเป็นคดีใหญ่ทั้งสิ้น
[caption id="attachment_393637" align="aligncenter" width="318"]
คดีส่งท้ายปี 2561 คือ การดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 40 ราย กรณีสร้างราคาหุ้น บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) (AJD) ซึ่งปัจจุบัน คือ บริษัท เอเจ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (AJA) โดยเรียกชำระค่าปรับทางแพ่งรวม 1,727.38 ล้านบาท พร้อมสั่งห้ามเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ นายอมร มีมะโน
ต้นปี 2562 ก็สร้างความตกใจให้กับนักลงทุนอีกครั้ง ด้วยคดีมาตรการลงโทษทางแพ่งกับบิ๊กเนม อย่าง นายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ และพรรคพวก กรณีสร้างราคาหลักทรัพย์ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BA) โดยเรียกให้ชำระค่าปรับทางแพ่งรวม 499.45 ล้านบาท และสั่งห้ามเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน
บิ๊กเนม เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า นายปราเสริฐ หรือ หมอเสริฐ คือ เจ้าของและผู้บริหารโรงพยาบาลใหญ่ "กรุงเทพดุสิตเวชการ" และเป็นแชมป์เศรษฐีหุ้นอันดับ 1 ถึง 6 ปีซ้อน
ไม่ใช่แค่ผลงานด้านดำเนินคดีเท่านั้น ด้านงานตามยุทธศาสตร์ 3 ปี (2561-2563) ก็ทำได้ดีเช่นกัน โดยได้ดำเนินการตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 สนับสนุนผู้ให้บริการด้านการให้คำแนะนำและวางแผนทางการเงินที่ประชาชนเข้าถึงได้และมีคุณภาพ ยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างโอกาสในการระดมทุนเพื่อการเติบโตของเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์ที่ 3 สร้างศักยภาพการแข่งขันของตลาดทุนไทย โดยการยกระดับสมรรถนะโครงสร้างพื้นฐานรองรับการประกอบธุรกิจแบบ Digitization ยุทธศาสตร์ที่ 4 รู้เท่าทันความเสี่ยงและกำกับดูแลได้อย่างตรงจุด และยุทธศาสตร์ที่ 5 ยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลและการบริหารจัดการองค์กร
ถ้าจะให้ประเมินผลงานตัวเองกับช่วงที่ผ่านมา ก่อนครบวาระการทำงานในฐานะเลขาธิการ ก.ล.ต. "รพี" กล่าวว่า ได้ทำทุกอย่างที่อยากทำแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การวางรากฐานองค์กรและพนักงาน การสร้างความร่วมมือกับองค์กรพันธมิตร ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยลงนามความร่วมมือแลกเปลี่ยนเรื่องการบริหารความเสี่ยง ยกมาตรฐานกฎเกณฑ์ในหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะบริการคำแนะนำการลงทุน จากการจัดทำโครงการ 5 ขั้น มั่นใจลงทุน เพื่อตอบโจทย์ดูแลผู้ลงทุนในโครงการบริษัทเกษียณสุข
"ส่วนจะฝากอะไรกับเลขาธิการคนใหม่หรือไม่นั้น คงไม่ต้องฝากอะไร เพราะเคยทำงานร่วมกันที่ ก.ล.ต. มาก่อนแล้ว ทราบว่าเป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถ และเข้าใจองค์กรอยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้เดินหน้าตามยุทธศาสตร์แผนงานของ ก.ล.ต. ต่อไปได้" นายรพี กล่าว
หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,447 วันที่ 24-27 กุมภาพันธ์ 2562






