thansettakij
thansettakij
หุ้น‘PTT’เต็มมูลค่า  เอเซียพลัสมองกำไรปีหน้าลดลงตามราคานํ้ามัน

หุ้น‘PTT’เต็มมูลค่า เอเซียพลัสมองกำไรปีหน้าลดลงตามราคานํ้ามัน

15 พ.ย. 61 | 07:18 น.
อัปเดตล่าสุด :15 พ.ย. 61 | 16:18 น.
 

เผยปตท.และ 5 บริษัทลูก โกยกำไร 9 เดือน เกือบ  1.93 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.3% บล.เอเซีย พลัสฯ  ให้นํ้าหนักการเติบโตของกำไรขึ้นกับราคานํ้ามัน  คาดตั้งแต่ปี 62 กำไรปกติ PTT อาจลดลง 3.4% อัพไซด์ระยะสั้นจำกัด บล.ทิสโก้ฯ แนะ “ถือ” ให้ราคาเป้าหมาย 54 บาท

รายงานข่าวจากตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (บมจ.) หรือ PTT และบริษัทลูก 5 แห่ง คือ บมจ.ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP), บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC), บมจ.ไทยออยล์ (TOP), บมจ.บางจาก (BCP) และบมจ. ไออาร์พีซี (IRPC) แจ้งผลประกอบการของบริษัทงวดไตรมาส 3 ปี 2561 มีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 62,497  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26,723 ล้านบาท หรือ 74.7% และงวด 9 เดือน ปี 2561 กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 192,559 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22,621 ล้านบาท หรือ 13.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

MP18-3418-A

นางสาวนลินรัตน์ กิตติกำพลรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัสฯ(ASP)คาดแนวโน้มกำไร PTT ไตรมาส 4 น่าจะปรับขึ้นจากไตรมาส 3 จากธุรกิจผลิตและสำรวจปิโตรเลียมผ่าน PTTEP ตามปริมาณการขายที่จะเพิ่มขึ้น 11.2% ( QoQ ) มาอยู่ที่ 3.39 แสนบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลและโครงการกลับมาผลิตเต็มที่หลังจากหยุดซ่อมบำรุง และผลบวกจากต้นทุนต่อหน่วยที่คาดจะลดลงอยู่ราว 31-32 จาก 33 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล อีกทั้งคาดราคาขายก๊าซจะปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ในระดับ 7.1 จาก 6.4 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อล้าน บีทียู ขณะที่ในส่วนกลุ่มโรงกลั่นคาดจะรับผลบวกจากการเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลปลายไตรมาส 4 เช่นกัน

ทิศทางการเติบโตของกําไร PTT ยังให้นํ้าหนักไปที่ราคานํ้ามัน จึงยังคงประมาณการกำไรปกติตั้งแต่ปี 2562 ที่จะเห็นการปรับตัวลดลง 3.4% YoY จากสมมติฐานราคานํ้ามันดิบอ้างอิงดูไบในปี 2562 ที่ 65 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ลดลงจากปี 2561 ที่ 70 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล และตั้งแต่ปี 2563 กําหนดไว้ที่ 70 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล โดยเชื่อว่าอุปทานนํ้ามันดิบโลกที่เดินหน้าเพิ่มขึ้นทั้งจากผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกที่นำโดยซาอุฯและนอกกลุ่มโอเปกที่นำโดยรัสเซียกับสหรัฐฯ รวมถึงการประชุมโอเปกในวันที่ 3 ธันวาคม 2561 ที่คาดว่าจะนำไปสู่การสิ้นสุดของแผนปรับลดกำลังการผลิตในปัจจุบันจะมีนํ้าหนักกดดันราคานํ้ามันดิบมากกว่าประเด็นอุปทานนํ้ามันดิบที่หายไปจากแซงก์ชัน ประกอบคาดภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากผลกระทบของสงครามการค้าจะกดดันความต้องการของการใช้นํ้ามันโดยรวมของโลกได้ หุ้นPTT

ASP ปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐาน ณ ปี 2562 ที่ 56 บาทต่อหุ้น ขณะที่ราคาปัจจุบันอัพไซด์จำกัด จึงไม่ใช่จังหวะเข้าซื้อลงทุนระยะยาว แค่เก็งกำไรช่วงสั้น

บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบีฯ และบล.ทิสโก้ฯ แนะนำ “ถือ” PTT ให้ราคาเป้าหมาย 53 และ 54 บาท ตามลำดับ

บล.หยวนต้าฯ ระบุว่าแนวโน้มกำไรธุรกิจก๊าซและนํ้ามันของ PTT ในครึ่งปีหลังจะถูกกดดันจากต้นทุนก๊าซที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้กำไรลดลงจากช่วงครึ่งปีแรก รวมถึงผลของนโยบายพลังงานจากภาครัฐที่ต้องการลดค่าครองชีพประชาชนจากผลกระทบราคานํ้ามันแพงผ่านค่าการตลาด และการควบคุมราคาก๊าซ แต่คาดว่ากำไรของ PTT  ปี 2561 ที่ 140,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ส่วนประเด็นภาษีจ่ายจากการโอนสินทรัพย์สู่บริษัท ปตท.นํ้ามันและการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) ซึ่งจะนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ภายในปี 2562 เป็นรายการพิเศษที่ไม่กระทบต่อปัจจัยพื้นฐาน

หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,418 วันที่ 15-17  พฤศจิกายน 2561

e-book-1-503x62-7-1-503x62
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market